thansettakij
thansettakij
ผู้เชี่ยวชาญพลังงานชี้ไทยเสี่ยง "ดีเซลขาดแคลน" ใน 2 เดือน แนะรัฐเร่งคุมการใช้ก่อนวิกฤต

ผู้เชี่ยวชาญพลังงานชี้ไทยเสี่ยง "ดีเซลขาดแคลน" ใน 2 เดือน แนะรัฐเร่งคุมการใช้ก่อนวิกฤต

29 มี.ค. 69 | 07:14 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มี.ค. 69 | 07:21 น.

ภาณุรัช ดำรงไทย ผู้เชี่ยวชาญพลังงานเตือนไทยเสี่ยงดีเซลขาดแคลนใน 2 เดือน ชี้ตัวเลขน้ำมันดิบที่ยืนยันแล้วต่ำกว่าความต้องการถึง 27 ล้านบาร์เรล แนะรัฐเร่งออกมาตรการควบคุมการใช้ดีเซลก่อนวิกฤตลุกลาม

นายภาณุรัช ดำรงไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความกังวลอย่างหนักต่อสถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย หลังเข้าร่วมงาน Meet the Press ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ในฐานะตัวแทนภาคพลังงาน ระบุตัวเลขน้ำมันดิบที่ "ยืนยันการส่งมอบแล้ว" สำหรับเดือน เม.ย.-พ.ค. ต่ำกว่าความต้องการใช้จริงถึง 27 ล้านบาร์เรล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาออก "มาตรการควบคุมการใช้ดีเซลเท่าที่จำเป็น" โดยทันที

นายภาณุรัช ระบุว่า ในเวที Meet the Press ได้ตั้งคำถามตรงต่อ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. แผนการจัดหาน้ำมันดิบมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป 2. การรับมือกับคุณภาพน้ำมันดิบ (API Gravity) ที่อาจไม่สอดรับกับกระบวนการกลั่นของโรงกลั่นไทย และ 3. ข้อเสนอให้จัดตั้ง Special Task Force 4 ด้าน ประกอบด้วยวิศวกรปิโตรเลียม ผู้เชี่ยวชาญโรงกลั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการกระจายน้ำมัน และผู้เชี่ยวชาญโลจิสติกส์การเดินเรือ

ขณะที่นายอรรถพล ชี้แจงว่า เรื่องปริมาณน้ำมัน (Volume) ตัวเลข 9 ล้านบาร์เรลในเดือน พ.ค. เป็นเพียงเรือที่ "คอนเฟิร์มวันเทียบท่าแล้ว" โดยจะมีตัวเลขคอนเฟิร์มทยอยเพิ่มเข้ามาอีก ส่วนโควตา 5 แสนบาร์เรลจากตะวันออกกลาง ครึ่งหนึ่งยังสามารถโหลดผ่านท่าเรือฟูไจราห์ (ที่พ้นช่องแคบฮอร์มุซมาแล้ว) และส่งผ่านท่อออกทางทะเลแดงจากซาอุฯ ได้ ส่วนอีกครึ่งที่หายไป หามาทดแทนได้จากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย โดยใช้วิธีงดการส่งออกน้ำมันแล้วดึงโควตาเหล่านั้นกลับมาใช้ในประเทศทั้งหมด

ส่วนเรื่องคุณภาพน้ำมัน (API Gravity): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยอมรับว่าสเปกอาจจะไม่ตรง แต่โรงกลั่นในไทยสามารถปรับกระบวนการผลิตทางเทคนิค (Blending) ได้ นอกจากนี้ยังใช้วิธีลดการผลิตน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ที่มีความต้องการน้อยลง เพื่อนำกำลังการกลั่นไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตดีเซล (Diesel Yield) ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 8-10% เพื่อชดเชยส่วนที่ขาด

นายภาณุรัช ระบุว่า หลังจากเห็นข้อมูลแล้วรู้สึกกังวลอย่างมาก ภาพที่เห็นตอนนี้คือ ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ "ลุ้นน้ำมันดิบเข้ามากลั่นแบบวันต่อวัน" เพราะปกติไทยใช้น้ำมันดิบตกวันละ 1 ล้านบาร์เรล (เพื่อกลั่นเป็นดีเซลราว 70 ล้านลิตร และเบนซิน 35 ล้านลิตร) แปลว่า 1 เดือน เราต้องมีน้ำมันดิบเข้ามา 30 ล้านบาร์เรล ถึงจะพอใช้

แต่จากตารางเรือส่งน้ำมันที่ยืนยันแล้ว (Confirmed Volume) ที่ภาครัฐเปิดเผย เดือนเมษายน มียืนยันแค่ 24 ล้านบาร์เรล  เดือนพฤษภาคม ยิ่งน่าตกใจ. มียืนยันแค่ 9 ล้านบาร์เรล! (จากที่ต้องการ 30 ล้าน) คำถามคือ ถ้าเรือหามาเติมไม่ได้ครบ 30 ล้านต่อเดือน เราจะทำอย่างไร? คำตอบคือ เราก็ต้อง "งัดน้ำมันดิบสำรองของประเทศ" ออกมากลั่นประทังชีวิตไปเรื่อยๆ

ภาพประกอบข่าว

การที่รัฐบาลสั่งเร่งผลิต B20 และปรับสูตรโรงกลั่นเพื่อรีดน้ำมันดีเซล (Diesel Yield) ให้ได้มากที่สุด เป็นสัญญาณเตือนภัยว่า "เรากำลังต้องการดีเซลอย่างหนัก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันดิบที่มี"

บวกกับสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ท่าเรือ Fujairah ในตะวันออกกลางเพิ่งถูกโจมตี และเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงก็มีสิทธิถูกปิดได้ทุกเมื่อ เราแน่ใจจริงๆ หรือว่า "ไม่ต้องกังวล"

ทั้งนี้นายกฯ วิงวอนให้คนไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร/วัน เพื่อเซฟดีเซล 10 ล้านลิตรเข้าคลัง ซึ่งเป็นเจตนาที่ดี แต่ในมุมมองเชิงวิศวกรรม คิดว่าวิกฤตระดับนี้ รัฐบาลควรพิจารณาออกประกาศ "มาตรการควบคุมการใช้ดีเซลเท่าที่จำเป็น" ได้แล้ว

ภาพประกอบข่าว