
'อนุทิน' ปลุกคนไทยประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร/ครอบครัว ดันงบฯลุยคนละครึ่งพลัส
สรุปเนื้อหา ทำไม "นายกฯอนุทิน" ถึงขอโทษประชาชน พร้อมกางแผนรับมือวิกฤตโลกและเหตุผลที่เลิกตรึงราคาน้ำมัน และขอแรงประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร เพื่อนำงบไปลุยโครงการคนละครึ่งพลัส
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน รณรงค์ให้คนไทย 10 ล้านครอบครัว ช่วยกันประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน
- การประหยัดน้ำมันจะช่วยให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายได้รวม 600 ล้านบาทต่อวัน แบ่งเป็นงบอุดหนุนของรัฐ 200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายของประชาชน 400 ล้านบาท
- รัฐบาลจะนำเงินที่ประหยัดได้จากงบอุดหนุนน้ำมันมาใช้เป็นงบประมาณสำหรับโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
วันที่ 28 มี.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในงานพบปะสื่อมวลชน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิมบทเรียน 1 เดือนกับวิกฤตที่โลกต้องปรับตัวว่า ขณะนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางผ่านพ้นมาได้ 1 เดือนแล้ว ทุกประเทศทั่วโลกต่างประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงานอย่างเท่าเทียมกัน ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและหลายประเทศเริ่มขาดแคลน จนต้องออกมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดพลังงาน แม้จะมีความพยายามเจรจาแต่สัญญาณบวกยังไม่ชัดเจน ทำให้เราต้องปรับวิถีชีวิตและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ
"ผมต้องขออภัยพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งเดือนแรกของมีนาคมจากการบริหารราคาน้ำมัน เดิมเราตัดสินใจพยุงราคาใน 15 วันแรกเพราะคาดว่าการสู้รบจะไม่ลากยาว แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป รัฐบาลจึงต้องปรับตัวตลอดเวลาเพื่อประคับประคองและลดผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อดูแลค่าครองชีพให้ดีที่สุด"
4 เสาหลักการรับมือผ่าน ศบก.และความสำเร็จด้านการต่างประเทศ
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต เพื่อขับเคลื่อน 4 ด้านหลัก คือ การต่างประเทศ, ความมั่นคงพลังงาน, การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการลดผลกระทบ ความสำเร็จที่สำคัญคือการที่กระทรวงต่างประเทศได้เจรจากับทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง จนล่าสุด ประเทศอิหร่านได้อนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันของไทยสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย สิ่งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าระบบการขนส่งน้ำมันดิบและสินค้ามายังไทยจะไม่มีปัญหาเหมือนตอนต้นเดือน
การจัดการน้ำมัน: จาก “หยุดตรึงราคา” สู่การเพิ่มสำรอง 100 วัน
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ถานการณ์ "น้ำมันช็อตหน้าปั๊ม" เริ่มคลี่คลายลงแล้ว แม้เราจะกลั่นน้ำมันได้เท่าเดิมแต่ได้มีการเพิ่มรอบการขนส่งและอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากความตื่นตระหนก
"รัฐบาลจำเป็นต้อง “หยุดตรึงราคา” ซึ่งไม่ใช่การลอยตัว 100% แต่เป็นการลดการอุดหนุนจากลิตรละ 24 บาท เหลือ 16 บาท สำหรับน้ำมันดีเซล"
การปรับครั้งนี้มีผลชัดเจนในการ ลดการกักตุนและสกัดการลักลอบส่งออกน้ำมันเถื่อน ไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาน้ำมันไทยยังต่ำกว่ามาเลเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์
ปัจจุบันเราใช้พลังงานสูงถึง 85 ล้านลิตรต่อวันเพราะความกังวล แต่หากเรากลับสู่ระดับปกติที่ 67 ล้านลิตร เราจะมีน้ำมันใช้ได้ตลอดทั้งปีแน่นอนนอกจากนี้ เราได้บริหารสต็อกจนมี น้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นจาก 62 วัน เป็น 100 วันแล้ว และรัฐบาลมีอำนาจตามกฎหมายในการควบคุมน้ำมันสำรองเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของประชาชน
ขอคนไทยประหยัดน้ำมัน 1 ลิตร ก่อนลุยโครงการ “คนละครึ่งพลัส”
ด่านต่อไปคือเรื่องค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์กำลังขยายบัญชีสินค้าควบคุมจาก 66 รายการ เป็น 71 รายการ พร้อมเตรียมเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” และร้านธงฟ้า ในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยจำหน่ายสินค้าต่ำกว่าราคาตลาดถึง 25%
นอกจากนี้ ขอเสนอว่าหาก 10 ล้านครอบครัวช่วยกันประหยัดน้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน ประเทศจะลดการใช้ได้วันละ 10 ล้านลิตร รัฐจะประหยัดงบอุดหนุนได้ 200 ล้านบาท และประชาชนจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 400 ล้านบาท รวมแล้วเราจะ เซฟเงินได้วันละ 600 ล้านบาท
"ซึ่งรัฐบาลพร้อมจะนำเงินส่วนนี้มาออกมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ทันทีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ"
สำหรับเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์บริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะปั๊มบนถนนสายหลัก ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ เดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมันใส่แกลอนตุนไว้
นอกจากนี้เราได้ตกลงกับ ปตท. ว่าน้ำมันทุกหยดที่กลั่นในประเทศจะเก็บไว้ให้คนไทยใช้ ส่วนการขายให้ลาวเราจะทำหน้าที่เป็นคนกลางซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศขายตรงไปแทน
"สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลคำนึงถึงทุกปัจจัยและพร้อมดำเนินคดีกับผู้ฉวยโอกาสอย่างเฉียบขาด หากเราร่วมใจกันประหยัดพลังงาน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอนครับ" นายกฯ กล่าว






