
‘ปตท.’ เดินเครื่องโรงกลั่น 109% ดันดีเซลเพิ่ม 7% พยุงตลาด
‘ปตท.’ เดินเครื่องโรงกลั่น 109% ดันดีเซลเพิ่ม 7% พยุงตลาด มุ่งแก้ไขปัญหาให้คนไทยมีพลังงานและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีใช้อย่างต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- ปตท. เดินเครื่องโรงกลั่นน้ำมันในกลุ่มเต็มกำลังการผลิตที่ 109% เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศ
- การเพิ่มกำลังการผลิตส่งผลให้สามารถผลิตน้ำมันดีเซลป้อนตลาดได้เพิ่มขึ้น 7%
- โออาร์ (OR) ในเครือ ปตท. จำหน่ายดีเซลมากกว่าปกติ 35% ทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองลดลงใกล้ระดับขั้นต่ำตามกฎหมาย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท. สามารถจัดหาน้ำมันจากทั่วโลกเพียงพอ และสามารถให้โรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ซึ่งคิดเป็น 60% ของการผลิตประเทศ เดินเครื่องได้เต็มที่เกิน 100% เพื่อสนองความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ
โรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ดำเนินการเต็มกำลังในการส่งผลิตภัณฑ์ให้สถานีบริการที่เป็นลูกค้า รวมถึง Jobber ที่เป็นลูกค้าประจำ โดยจะเริ่มมีการควบคุมราคาที่ขายให้ Jobber ให้เท่ากับราคาหน้าสถานีบริการ เพื่อป้องกันไม่ให้ Jobber ไปเติมน้ำมันจากสถานีบริการ
โรงกลั่นน้ำมัน จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่สำคัญคือ นอกจากนำเข้าน้ำมันดิบ กลั่นได้น้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเบนซิน และแอลพีจีแล้ว ก็ยังผลิตวัตถุดิบให้โรงงานปิโตรเคมีไปผลิตเม็ดพลาสติกต่อด้วย เช่นเดียวกับโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่นำก๊าซดิบในอ่าวไทยมาแยกเป็นก๊าซเชื้อเพลิงส่งโรงไฟฟ้า ได้วัตถุดิบปิโตรเคมี และได้แอลพีจี
โรงกลั่นน้ำมันของกลุ่ม ปตท. เดินเครื่อง 109% ผลิตดีเซลเพิ่ม 7% และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออกเต็มที่ ไม่มีการเก็บสต๊อกทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เกินกว่าปกติ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของโรงกลั่น ซึ่งต้องมีการเก็บสำรองเพื่อการจำหน่ายและสำรองตามกฎหมายลดลงจากระดับปกติ 30%
ด้านผู้ค้าน้ำมันในเครือ ปตท. คือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) จำหน่ายน้ำมันดีเซลมากกว่าปกติ 35% และจำหน่ายสินค้าออกเต็มขีดความสามารถ โดยดีเซลและเบนซิน ลดลงกว่าปกติ 50% จนใกล้ติดปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve)
โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกในกลุ่ม ปตท. ขณะนี้เดินเครื่องเกิน 100% มาตลอด เพื่อช่วยลูกค้าให้มีผลิตภัณฑ์ใช้อย่างต่อเนื่อง ปตท. พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องและมั่นคง






