
พลังงานเร่งอัดน้ำมันเข้าระบบ เพิ่มขนส่งเท่าตัว คลี่คลายวิกฤตหน้าปั๊ม
กระทรวงพลังงานเร่งอัดน้ำมันเข้าระบบ เพิ่มขนส่งเท่าตัว คลี่คลายวิกฤตหน้าปั๊ม ยันราคาน้ำมันดีเซลยังตรึงไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานเพิ่มการกระจายน้ำมันเป็น 8 ล้านลิตรต่อวัน และเพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำมันเป็นสองเท่า (400 คัน) เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน
- สั่งการให้คลังน้ำมันเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และให้โรงกลั่นทุกแห่งเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต 100%
- สถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลังเพิ่มเที่ยววิ่งและขยายเวลาขนส่ง โดยสาเหตุหลักของปัญหาเกิดจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และความตื่นตระหนกของประชาชน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังตรวจคลังของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อดูระบบการขนส่งและการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งคลังน้ำมันและสถานีบริการ เพื่อประเมินการดำเนินงานว่าเป็นไปตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้หรือไม่
โดยคลังน้ำมันแห่งนี้ เป็นคลังขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับน้ำมันมากถึง 113 ล้านลิตร และกระจายผ่านทางรถขนส่งน้ำมันให้กับปั๊มน้ำมันพื้นที่ภาคกลาง 20 จังหวัด
สถานการณ์ขณะนี้ มีการบริหารจัดการน้ำมันเพื่อกระจาย ประมาณ 4 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 8 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำมันจาก 200 คัน เป็น 400 คัน และปัจจุบันยังจ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 20% เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการหรือดีมานด์ที่สูงกว่าปกติ
สำหรับกรณีขนส่งหรือลักลอบส่งออกทางเรือ อยู่ระหว่างตรวจสอบร่วมกับ 4 หน่วยงาน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคลังน้ำมัน ได้มีการกำชับผู้ค้าให้เปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลัง พร้อมประสาน 4 หน่วยงานปลดล็อกขนส่ง แก้ปัญหาน้ำมันขาดหน้าปั๊ม
“เรื่องน้ำมันขาดแคลน ภาพรวมน้ำมันสำรองของไทยขณะนี้มีเพียงพอ โดยมีการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบทดแทนจากทั้งสหรัฐฯและแอฟริกาใต้ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเองก็เดินเครื่องเต็มกำลัง 100% เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ”
แม้บางช่วงอาจมีการขาดแคลนเนื่องจากการขนส่งไม่ทันเวลา แต่โดยรวมสถานการณ์วันนี้ เริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากมีการเพิ่มเที่ยววิ่งของรถขนส่ง รวมถึงขยายช่วงเวลาการวิ่งในเวลากลางวัน ซึ่งช่วยให้การกระจายน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีความคล่องตัวมากขึ้น
นายนอรรถพล กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ยอมรับว่า สาเหตุหลักมาจาก 3 ประเด็น 1.ข้อจำกัดด้านการขนส่ง 2.ความตื่นตระหนกของประชาชน 3.จ็อบเบอร์ที่ตั้งราคาขายเกินสมควร
ด้านราคายังกำหนดเพดานราคาน้ำมันไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร และดำเนินการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนมากเกินไป โดยการปรับขึ้นล่าสุดอยู่ที่ 50 สตางค์ ซึ่งถือเป็นระดับปกติในภาวะทั่วไป
“โดยรวมแล้ว สถานการณ์เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจากมาตรการที่ดำเนินการ ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การบริหารจัดการราคา และการกำกับดูแลตลาด”






