
‘พิพัฒน์’ เรียกประชุมพรุ่งนี้ ซักโรงกลั่นทำไมเพิ่มค่าการกลั่น ขึ้นอีก 4 บาทต่อลิตร
‘พิพัฒน์’ เรียกประชุมพรุ่งนี้ ซักโรงกลั่น ทำไมเพิ่ม ‘ค่าการกลั่น’ 4 บาทต่อลิตร จาก 2 บาทต่อลิตร ไปถึง 6 บาทต่อลิตร ยันยังตรึงราคา ดีเซล ถึงวันที่ 16 มี.ค.นี้ เผยล่าสุด ‘กองทุนน้ำมันฯ’ ชดเชยวันละ 3,000 ล้านบาท ชี้น้ำมันที่ซื้ออยู่ในตลาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 50% ส่วนที่ไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังสามารถซื้อได้ตามปกติ แต่ราคาก็ยังขึ้นกับตลาดกลางของแต่ละภูมิภาค
วันนี้ (วันที่ 12 มีนาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยถึงปัญหาราคาน้ำมัน เมื่อมีเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง น้ำมันทั่วโลกก็จะขยับขึ้น ราคาน้ำมันดิบก็ไต่ราคาขึ้นอีก ส่วนต่างๆ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไร
แต่จากที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม คือ เราจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในราคา 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน จนถึงวันที่ 16 มีนาคม แล้ววันที่ 17 มีนาคม จะมีการประกาศราคา ว่าจะขยับขึ้นอย่างไร
สำหรับน้ำมันเบนซิน เราไม่ได้ตรึงราคา แต่ก็มีการขยับราคาเบนซิน E10 95 และ 91 ขึ้นลิตรละ 50 สตางค์ ส่วน E20 E85 เราลดราคาลงมา แต่น้ำมันดีเซลราคาคงที่
ในขณะนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเข้ามาชดเชยวันละ 3,000 ล้านบาท จากที่เงินกองทุนบวกอยู่ 2,500 ล้านบาท แต่หลังจากชดเชยก็ติดลบ
"เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ กำลังตั้งคำถามกับกระทรวงพลังงาน และ ศบก. กับนายกรัฐมนตรี ว่า ราคาค่าการกลั่น ทำไมจากเดิม 2 บาทต่อลิตร เป็น 6 บาทต่อลิตร"
ดังนั้นตนจะเชิญให้ผู้บริหารมาประชุมร่วมกันวันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม เวลา 10.00 น. หารือว่า เขาใช้เหตุผลอะไรในการเพิ่มราคาค่าการกลั่นเป็น 6 บาท เมื่อประชุมเสร็จ น่าจะมีการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล
"เราต้องฟังโรงกลั่นก่อนว่า ใช้เหตุผลอะไรในการถ่างราคาเพิ่มอีก 4 บาท เมื่อหารือแล้วคงจะต้องหารือต่อว่า จะแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างไร อย่าโยนภาระทั้งหมดให้กับผู้ใช้น้ำมัน"
เพราะผู้ได้รับผลกระทบทันที ก็คือกองทุนน้ำมัน ไม่ใช่ผู้ใช้ แต่ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบเมื่อราคามีการขยับลอยตัวขึ้นไปหลังจากครบ 15 วัน กองทุนคือเงินของพวกเรา
แต่เมื่อราคาน้ำมันดิบถูกลงราคาขายในประเทศสูงกว่า เราจะนำเงินที่มีส่วนต่างกลับเข้าไปในกองทุน ในภาวะปัจจุบันราคาน้ำมันดิบลอยตัวสูงขึ้นเราต้องนำเงินกองทุนมาชดเชยเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบทันทีทันใด
เหตุการณ์ปัจจุบันพวกเราไม่อยากให้เกิด นายกฯ ก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่เมื่อเกิดแล้ว ถึงแม้เราจะไม่ใช่คู่สงคราม แต่เราก็ได้รับผลกระทบจากสงคราม
กระทรวงพลังงานมีความมั่นใจและสามารถตอบได้ว่า น้ำมันที่เราซื้ออยู่ในตลาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประมาณ 50% ส่วนที่ไม่ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพลังงานโดย ปตท. ยังสามารถซื้อได้ตามปกติ แต่ราคาก็ยังขึ้นกับตลาดกลางของแต่ละภูมิภาค
ทั้งนี้ ราคาที่ผู้ประกอบการตามมาตรา 7 ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นในประเทศไทย จะใช้ราคาเฉลี่ย 3 วันของราคาตลาดกลางมาตั้งราคา แต่ถ้าหากติดวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะใช้วันถัดไป
เมื่อถามว่า กองทุนน้ำมันจะติดลบถึง 120,000 ล้านบาท เหมือนปี 65 หรือไม่ นายพิพัฒน์ เผยว่า กองทุนน้ำมันตอนนี้ไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าสงครามจะยุติเมื่อไหร่
เรื่องของกองทุนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า เราต้องพยายามดูแลและให้ความยุติธรรมทั้งผู้ใช้คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ซื้อน้ำมันผ่านทางจ็อบเบอร์
หรือซื้อจากบริษัทขายส่ง ซึ่งไม่ได้ซื้อตรงจากบริษัทแม่ที่เหลืออยู่ 3 บริษัท ปตท. บางจาก และคาลเท็กซ์ เป็นบริษัทใหญ่ขายส่ง มั่นใจว่า พีที ไม่มีแน่นอน
เพราะตนได้ตรวจสอบมาแล้ว เราขายเฉพาะให้ลูกค้าแฟรนไชส์เท่านั้น ใครที่เป็นอุตสาหกรรมที่ซื้อจากจ็อบเบอร์ ขอให้รวบรวมบิล แจ้งกับพลังงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ ให้แจ้งที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ หรือต่างจังหวัดให้แจ้งที่สำนักงานจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงานได้มีการหารือไปยังบริษัทแม่ทั้งหมดแล้วว่า เมื่อรวบรวมบิลแล้ว ต้องมีหน้าที่ในการจ่ายน้ำมันให้กับจ็อบเบอร์รายนั้น ให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เคยขาย
ทั้งนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะเข้าไปช่วยดูแลในส่วนนี้เพราะราคาหน้าโรงกลั่น กับหน้าสถานีบริการต่างกันประมาณ 10 บาท ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร หรือบริษัทจะช่วยซัพพอร์ตได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้ ผู้ค้าต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะเดิมจ็อบเบอร์ขายถูกกว่าหน้าสถานีบริการ แต่ขณะนี้หน้าสถานีบริการถูกกว่าขายส่ง
ส่วนการที่บริษัทน้ำมันมีกำไรหลายหมื่นล้าน แต่กองทุนติดลบ จะช่วยประชาชนอีกทางหนึ่งอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเป็นคนกลางในการดูราคา ในอดีตเคยติดลบแสนล้าน ปัจจุบันก็คงจะหลายพันล้าน ขอให้ช่วยภาวนาให้เหตุการณ์จบโดยเร็ววัน เพื่อจะได้ไม่ต้องให้กองทุนน้ำมันติดลบ










