

KEY
POINTS
นายพนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พนัส แอสเซมบลีย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเติบโตในระดับภูมิภาค โดยการแปลงสภาพยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion)
ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับแรพพิด มอเตอร์ส โดยตั้งเป้าหมายที่จะแปลงรถได้กว่า 4,000 คันต่อปี ในระยะเริ่มแรก และมุ่งสร้างรายได้สะสมแตะ 2,300 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี
โดยการดำเนินการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย การบริหารพื้นที่การผลิตในเขตปลอดอากรเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) ให้ได้มาตรฐานสากล ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge
และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า โดยมุ่งตอบโจทย์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 30% ต่อปี เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัทคนไทย 100% ที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
“บริษัทได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ด้านอีวีดัดแปลงจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข.(Program Management Unit for Competitiveness - PMUC) ทำให้มีทีมวิศวกรและนวัตกรรม โดยได้พัฒนาชุด EV Conversion Kit แบบ Modular ซึ่งสามารถปรับใช้กับรถยี่ห้อต่างๆ ได้ โดยครอบคลุมรถกลุ่มเป้าหมายเชิงพาณิชย์ในประเทศกว่า 100,000 คัน“
อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีรถต้นแบบที่ผ่านการทดสอบสมรรถนะและพร้อมให้ทดลองขับ รวมถึงได้จำหน่ายเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้ลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ถึง 50-70% ต่อคัน
นายริส อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แรพพิด มอเตอร์ส กล่าวว่า การแปลงรถกระบะเชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้ายังคงสมรรถนะการบรรทุกเทียบเท่ารถดีเซลเดิมในต้นทุนที่ต่ำกว่ารถใหม่ อีกทั้งยังช่วยผู้ประกอบการลดค่าเชื้อเพลิงและการปล่อยคาร์บอนได้สูงถึง 30 ตันต่อคันต่อปี