thansettakij
เปิดแผน ‘EV Conversion’ แปลงยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นรถยนต์ไฟฟ้า

เปิดแผน ‘EV Conversion’ แปลงยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นรถยนต์ไฟฟ้า

03 ก.พ. 2569 | 10:29 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 10:34 น.

พนัส-แรพพิดเปิดแผน ‘EV Conversion’ แปลงยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้า 4,000 คันต่อปีระยะแรก สร้างรายได้สะสม 2,300 ล้านบาทใน 3 ปี

KEY

POINTS

  • พนัส แอสเซมบลีย์ ร่วมมือกับ แรพพิด มอเตอร์ส ตั้งเป้าแปลงรถยนต์เชิงพาณิชย์เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) กว่า 4,000 คันต่อปี สร้างรายได้ 2,300 ล้านบาทใน 3 ปี
  • พัฒนาชุด EV Conversion Kit แบบ Modular ที่ได้รับการสนับสนุนจาก บพข. ซึ่งสามารถปรับใช้กับรถได้หลายยี่ห้อ เพื่อเจาะตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ในประเทศกว่า 100,000 คัน
  • การแปลงสภาพรถช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้ 50-70% และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 30 ตันต่อคันต่อปี โดยยังคงสมรรถนะการบรรทุกเทียบเท่ารถเดิม

นายพนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พนัส แอสเซมบลีย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเติบโตในระดับภูมิภาค โดยการแปลงสภาพยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion

ซึ่งเป็นการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับแรพพิด มอเตอร์ส โดยตั้งเป้าหมายที่จะแปลงรถได้กว่า 4,000 คันต่อปี ในระยะเริ่มแรก และมุ่งสร้างรายได้สะสมแตะ 2,300 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี

โดยการดำเนินการดังกล่าวจะครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย การบริหารพื้นที่การผลิตในเขตปลอดอากรเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) ให้ได้มาตรฐานสากล ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบ Fast Charge 

เปิดแผน ‘EV Conversion’ แปลงยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นรถยนต์ไฟฟ้า

และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า โดยมุ่งตอบโจทย์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 30% ต่อปี เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัทคนไทย 100% ที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

“บริษัทได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ด้านอีวีดัดแปลงจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข.(Program Management Unit for Competitiveness - PMUC) ทำให้มีทีมวิศวกรและนวัตกรรม โดยได้พัฒนาชุด EV Conversion Kit แบบ Modular ซึ่งสามารถปรับใช้กับรถยี่ห้อต่างๆ ได้ โดยครอบคลุมรถกลุ่มเป้าหมายเชิงพาณิชย์ในประเทศกว่า 100,000 คัน“

อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีรถต้นแบบที่ผ่านการทดสอบสมรรถนะและพร้อมให้ทดลองขับ รวมถึงได้จำหน่ายเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้ลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ถึง 50-70% ต่อคัน

นายริส อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แรพพิด มอเตอร์ส กล่าวว่า การแปลงรถกระบะเชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้ายังคงสมรรถนะการบรรทุกเทียบเท่ารถดีเซลเดิมในต้นทุนที่ต่ำกว่ารถใหม่ อีกทั้งยังช่วยผู้ประกอบการลดค่าเชื้อเพลิงและการปล่อยคาร์บอนได้สูงถึง 30 ตันต่อคันต่อปี