KEY
POINTS
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs)
และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปพุ่งขึ้น
หลังจากบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง โค (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกสัญชาติไต้หวัน เปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด
ธนาคาร Goldman Sachs เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 14.01 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 11.67 ดอลลาร์ และรายได้อยู่ที่ 1.345 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.379 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
ธนาคาร Morgan Stanley เปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 2.68 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.44 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ 1.789 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.777 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากรายได้ของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเช่นกัน
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่ทั้งสองแห่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารฟื้นตัว หลังจากที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไรของภาคธนาคาร หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เสนอให้กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี
หุ้น Goldman Sachs พุ่งขึ้น 4.6% ซึ่งมีส่วนช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด ขณะที่หุ้น Morgan Stanley พุ่งขึ้น 5.8% หุ้น Citigroup พุ่งขึ้น 4.5%
หุ้น BlackRock ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก พุ่งขึ้น 5.9% เนื่องจากภาวะตลาดที่คึกคักช่วยหนุนรายได้จากค่าธรรมเนียม และส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.04 ล้านล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังจาก TSMC ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงรายใหญ่ของโลก เปิดเผยกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 35% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8 พร้อมกับคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตรายปีที่แข็งแกร่ง โดย TSMC เป็นผู้ผลิตชิปประมวลผล AI ขั้นสูงให้กับลูกค้ารายใหญ่อย่างบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) และเอเอ็มดี (AMD)
ส่วนดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.04% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.93% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 0.9% และหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ลดลง 0.58%
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงาน กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 198,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ +7.7 ในเดือนม.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ +0.80 จากระดับ -3.7 ในเดือนธ.ค. โดยดัชนีอยู่ในระดับสูงกว่า 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก