
กฟผ.กางแผนลุยพลังงานหมุนเวียน เตรียมตัวสู่ Net Zero 2050
กฟผ.กางแผนกำหนดกลยุทธ์ เตรียมตัวสู่ Net Zero 2050 เปลี่ยนรูปแบบการผลิตไฟฟ้าสู่พลังงานหมุนเวียน เตรียมความพร้อมหาก SMR โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ถูกบรรจุในแผน PDP ฉบับใหม่
วันนี้ (3 ธันวาคม 2568) นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยในงานสัมมนา SUSTAINABILITY FORUM 2026 หัวข้อ Special Talk: EGAT’s Path to a Sustainable Energy Future จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ว่า ขณะนี้ กฟผ. ได้กำหนดกลยุทธ์ "Triple S" เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของประเทศ ในปี 2050
สำหรับกลยุทธ์ Triple S เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทาง Carbon Neutrality และ Net Zero Emission ของประเทศ กลยุทธ์นี้ประกอบด้วยสามด้านหลัก ดังนี้
ด้านแรก Sources หรือแหล่งผลิต ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าฟอสซิลที่มีกระบวนการเผาไหม้ไปสู่พลังงานหมุนเวียนให้มากยิ่งขึ้น
ด้านที่สองคือ Sinks หรือการดูดซับ ซึ่งเป็นการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในบรรยากาศเพื่อจัดเก็บและลดปริมาณจากระบบให้มากที่สุด
ด้านสุดท้ายคือ Support หรือการสนับสนุน ซึ่งเป็นการสนับสนุนกิจกรรมของผู้บริโภคและผู้ใช้ไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
นายเอกรัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศอยู่ที่ประมาณ 20% โดยแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าหลักยังคงมาจากก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน รวมถึงพลังงานน้ำจากเขื่อน กฟผ. และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น โซลาร์เซลล์และกังหันลม
อย่างไรก็ตามแนวโน้มของโลกและทิศทางพลังงานของไทยกำลังมุ่งไปสู่พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับปรับปรุงใหม่ว่ามีแนวโน้มจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 26% เป็น 51% สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในภาคพลังงานของประเทศในอนาคต
ในส่วนของแหล่งผลิต กฟผ. จะดำเนินการผ่านโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำหรือ Floating Solar ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญที่ กฟผ. ดำเนินการในขณะนี้ รูปแบบโครงการคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำในบริเวณผิวอ่างเก็บน้ำ ข้อดีของโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำคือไม่ต้องซื้อที่ดินแต่ใช้ประโยชน์จากบริเวณผิวอ่างเก็บน้ำในเขื่อน กฟผ. ที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังช่วยลดการระเหยของน้ำจากอ่างเก็บน้ำโดยตรงทำให้มีน้ำใช้มากขึ้น โครงการนี้ยังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะที่โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำสิรินธรจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งช่วยให้ชุมชนรอบพื้นที่โครงการมีโอกาสขายสินค้าพื้นเมือง โดยปัจจุบันโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 2 โครงการจากจำนวนทั้งหมด 16 โครงการ
อย่างไรก็ตามเนื่องจากพลังงานหมุนเวียนมีความผันผวน เช่น โซลาร์เซลล์ซึ่งผลิตได้น้อยเมื่อไม่มีแสงแดดหรือฝนตก และกังหันลมที่ขึ้นอยู่กับสภาพลม กฟผ. จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเสริมความเสถียรของระบบไฟฟ้า เทคโนโลยีแรกคือโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับหรือ Pumped Hydro Storage ซึ่งทำงานโดยการนำไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงกลางวัน เช่น จากโซลาร์เซลล์ มาสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำด้านล่างขึ้นไปเก็บไว้ในอ่างด้านบน เมื่อถึงช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง เช่น กลางคืนที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศหรือชาร์จรถยนต์จำนวนมาก จะปล่อยน้ำจากอ่างบนลงมาผลิตพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ
รวมทั้งเทคโนโลยีที่สองคือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่หรือ Battery Energy Storage System ซึ่งเรียกย่อว่า BESS มีการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อช่วยเสริมระบบเมื่อเกิดความผันผวนของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ตัวอย่างการติดตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิและจังหวัดลพบุรี นอกจากนี้ยังมีโครงการ Smart Grid ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตและอยู่ได้ด้วยตนเองโดยไม่พึ่งระบบใหญ่
นายเอกรัฐ กล่าวถึงเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าในอนาคตที่ กฟผ. ให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยมลภาวะเนื่องจากไม่มีกระบวนการเผาไหม้ เทคโนโลยีแรกคือ SMR หรือ Small Modular Reactor ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กที่มีการออกแบบเพื่อแก้ไขและลดข้อกังวลด้านความเสี่ยงและความปลอดภัยที่เคยเกิดในอดีต เนื่องจากเครื่องปฏิกรณ์มีขนาดเล็กลง อุปกรณ์หลักที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์จึงสามารถผลิตและประกอบในรูปแบบเซตสำเร็จรูปที่โรงงานได้
ทั้งนี้ทำให้การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยทำได้ง่ายกว่าและดีกว่าการประกอบชิ้นส่วนใหญ่ที่หน้างาน กฟผ. ได้ส่งพนักงานไปเรียนรู้และอบรมเทคโนโลยี SMR ของหลายประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมหาก SMR ถูกบรรจุในแผน PDP ฉบับใหม่ เทคโนโลยีที่สองคือโรงไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่ไม่ปล่อยมลสารใด ๆ ออกมาในกระบวนการผลิต
ส่วนการดูดซับ นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยี Carbon Capture Storage หรือ CCS แล้ว กฟผ. ยังใช้พื้นที่ป่าไม้และต้นไม้บริเวณรอบโครงการต่างๆ เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเช่นกัน การใช้พื้นที่สีเขียวเหล่านี้เป็นกลไกธรรมชาติในการลดคาร์บอนในบรรยากาศควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้วย






