thansettakij
‘บางจาก’ ผนึก ENEOS ญี่ปุ่น ศึกษา e-Fuels นํ้ามันสะอาดเปลี่ยนโลก

‘บางจาก’ ผนึก ENEOS ญี่ปุ่น ศึกษา e-Fuels นํ้ามันสะอาดเปลี่ยนโลก

07 ต.ค. 2568 | 22:35 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ต.ค. 2568 | 02:29 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น

KEY

POINTS

  • บางจากร่วมมือกับ ENEOS บริษัทพลังงานรายใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อศึกษาและติดตามเทคโนโลยี e-Fuels หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์สำหรับอนาคต
  • e-Fuels เป็นเชื้อเพลิงสะอาดที่ผลิตจากไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถใช้กับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง
  • เทคโนโลยีดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าน้ำมันปกติหลายเท่า โดยบางจากจะพิจารณาลงทุนเมื่อมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นช่วงปี 2040

สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น 

หนึ่งไฮไลต์สำคัญเพื่อศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิจัยเทคนิคกลาง  ENEOS Corporation บริษัทด้านพลังงานรายใหญ่สุดของญี่ปุ่น ณ เมืองโยโกฮาม่า

ทั้งนี้ในการศึกษาดูงาน เจ้าหน้าที่ของบริษัทระบุว่า ศูนย์ฯแห่งนี้ได้ทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดโลกร้อนซึ่งเป็นทิศทางอนาคตของโลก หนึ่งในนั้นคือ การวิจัยและพัฒนา e-Fuels หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ เพื่อเติมในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์

ในการวิจัยเชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ผลิตได้ (กำลังผลิต 1 บาร์เรลต่อวัน) ได้เริ่มทดลองใช้แล้วกับรถบัสรับส่งผู้เข้าชมงาน Osaka Expo ซึ่งสามารถลดคาร์บอนได้เป็นอย่างดี โดยเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 1 ลิตรสามารถวิ่งได้ราว 10 กิโลเมตร เทียบเท่ากับนํ้ามันทั่วไป อย่างไรก็ดี การผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้ ปัญหาใหญ่ที่พบคือยังมีต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเปรียบเทียบนํ้ามันเชื้อเพลิงในญี่ปุ่นราคาเฉลี่ย 180 เยนต่อลิตร แต่เชื้อเพลิงสังเคราะห์ยังมีต้นทุนประมาณ 700 เยนต่อลิตร ซึ่งยังแพงกว่าหลายเท่าตัว ยังต้องหาทางในการลดต้นทุนต่อไป

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขยายในรายละเอียดว่า e-Fuels หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (Electrofuels) คือเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตขึ้นจากไฮโดรเจนสะอาด และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยอาศัยไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียน โดยกระบวนการผลิตจะเปลี่ยนคาร์บอนที่ถูกดักจับจากปล่องโรงงานหรืออากาศให้กลายเป็น “นํ้ามันดิบสังเคราะห์” ซึ่งสามารถนำไปกลั่นเหมือนนํ้ามันฟอสซิลทั่วไป เป็น e-Gasoline, e-Diesel และ e-SAF ที่ใช้ได้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม

“วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้พามาทำความรู้จักกับ e-Fuels ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน ปัจจุบันมีรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 1,500 ล้านคัน มีรถ EV ไม่น่าจะถึง 20 ล้านคัน ที่เหลือยังใช้รถนํ้ามันทั้งหมด หากเราต้องเปลี่ยนรถใช้นํ้ามัน 1,500 ล้านคันให้เป็นรถแบตเตอรี่ทั้งหมด ต้องมีการลงทุนในระบบ Ecosystem ขนาดใหญ่มาก ดังนั้นจึงมีการคิดค้นกันว่าจะทำอย่างไรที่ยังใช้เชื้อเพลิงเหลวแบบเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย”นายชัยวัฒน์ กล่าว

‘บางจาก’ ผนึก ENEOS ญี่ปุ่น ศึกษา e-Fuels นํ้ามันสะอาดเปลี่ยนโลก

ทั้งนี้ e-Fuels เป็นกระบวนการที่เรียกว่า Carbon Neutral โดยคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ถูกดักจับจากอากาศมาใช้เผาผลาญขับเคลื่อนเครื่องยนต์แล้วปล่อยกลับสู่บรรยากาศใหม่ จึงเท่ากับเป็น Net Zero (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์)ไปในตัว อย่างไรก็ตาม e-Fuels เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดใหม่มาก โรงงานต้นแบบของ ENEOS เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีที่ผ่านมา และเพิ่งทดลองผลิตได้ยังไม่ครบปี ซึ่งทางบางจากที่เป็นพันธมิตรกับ ENEOS ก็ได้เฝ้าติดตามและศึกษาในเรื่องนี้อยู่ เมื่อไรเริ่มสามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์ก็จะพิจารณาในการลงทุน

‘บางจาก’ ผนึก ENEOS ญี่ปุ่น ศึกษา e-Fuels นํ้ามันสะอาดเปลี่ยนโลก

สำหรับ ENEOS ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาลญี่ปุ่นในเรื่องนี้ โดยสร้างโรงงานทดลองให้ทั้งหมด ซึ่งทางผู้บริหารระบุว่า คำตอบของ e-Fuels อาจจะอยู่ในช่วงปี 2040  (หรืออีกประมาณ 15 ปีนับจากนี้ ปัจจุบันต้นทุนการผลิตยังสูงกว่านํ้ามันทั่วไป 8-9 เท่า โดยต้นทุนสูงสุดอยู่ที่ค่าไฟฟ้า เพราะการแตกโมเลกุลไฮโดรเจนออกจาก นํ้าใช้ไฟเยอะมาก) น่าจะเห็นการใช้ e-Fuels แพร่หลายมากขึ้น มีขนาดการผลิตที่ใหญ่ขึ้น และแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้

อย่างไรก็ตาม ตามไทม์ไลน์แล้ว Biofuel Gen 2 (หรือเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวมวลที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เศษกระดาษ ฟางข้าว กิ่งไม้ หรือแม้กระทั่งขยะชีวภาพ ต่างจากรุ่นแรกที่ผลิตจากพืชอาหารโดยตรง เช่น ปาล์ม ชานอ้อย ข้าวโพด ฯลฯ ในไทย) น่าจะมีโอกาสเกิดได้ก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่ e-Fuels ในอีก 10–15 ปีข้างหน้า โดยปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเหมือนในญี่ปุ่น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ต้องถูกมาก หรือเป็นค่าไฟฟ้าที่ต้องติดลบ หรือเป็นไฟฟ้าฟรีในบางช่วงเหมือนในหลายประเทศ (ผ่านการประมูล)

‘บางจาก’ ผนึก ENEOS ญี่ปุ่น ศึกษา e-Fuels นํ้ามันสะอาดเปลี่ยนโลก

นายชัยวัฒน์ เผยอีกว่า ล่าสุดจากที่บางจากฯได้ประกาศกลยุทธ์ “Bangchak 100x” ตั้งเป้าเติบโตก้าวกระโดด EBITDA เพิ่มขึ้น 100% ภายในปี 2571 โดยจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ 2.กลุ่มธุรกิจการค้านํ้ามัน 3.กลุ่มธุรกิจต้นนํ้า 4.กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน และ 5.กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์

หากถามว่าใน 5 กลุ่มนี้ กลุ่มใดจะเป็น Growth Engine หรือเครื่องยนต์ตัวใหม่ หรือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่สุดในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวนั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่บางจากทำมี 2-3 เรื่องคือ 1.นำเอาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด ทั้งโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน เพื่อให้มีโอกาสทำ Process Improvement (การทำให้วิธีการทำงานดีขึ้นกว่าเดิม)

2.ธุรกิจการค้านํ้ามัน (Trading) จะเทรด SAF (นํ้ามันอากาศยานยั่งยืน), e-Fuel, Biofuel โดยไปเปิดออฟฟิศที่ดูไบ ซึ่งที่ปรึกษาระบุว่าธุรกิจ Trading จะโตได้ 7–8 เท่า และจะเป็น Key Driver ตัวหนึ่ง และ 3.ธุรกิจต้นนํ้า ตั้งเป้าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแหล่งปิโตรเลียมระยะกลางชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้ดูมาสักพักแล้ว และจากวันนี้จะเอาจริงเพื่อนำสู่ “Bangchak 100x” ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย