
NT ขอเงินกู้พลังงาน 1.6 หมื่นล้าน สร้างเคเบิลใต้น้ำ 3 เส้น รับ Data Center-AI
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ยื่นขอเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1.6 หมื่นล้านบาท ก่อสร้างระบบโครงข่ายระหว่างประเทศภาคพื้นน้ำ หรือ Submarine Cable 3 เส้นทาง สิงคโปร์ ยุโรป ญี่ปุ่น รองรับ Data Center-AI
KEY
POINTS
- NT ยื่นขอเงินกู้ 1.61 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่
- โครงการประกอบด้วย 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ไทย-สิงคโปร์ (2 ระบบ), ไทย-ยุโรป และไทย-ญี่ปุ่น เพื่อทดแทนระบบเดิมที่ใกล้หมดอายุ
- มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจากเทคโนโลยี AI, Cloud และการตั้ง Data Center ขนาดใหญ่ในประเทศ
- โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี โดยตั้งเป้าติดตั้งและเปิดใช้งานให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2570
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ยื่นข้อเสนอขอใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 วงเงิน 16,100 ล้านบาท เพื่อดำเนิน โครงการการก่อสร้างระบบโครงข่ายระหว่างประเทศภาคพื้นน้ำ (Submarine Cable) มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี เส้นใหม่ทดแทนระบบเดิมที่ใกล้หมดอายุ ระยะเวลาดำเนินการ 1 ปีในปีงบประมาณ 2570
สำหรับโครงการการก่อสร้างระบบโครงข่ายระหว่างประเทศภาคพื้นน้ำ มีรายละเอียดวงเงินแบ่งออกเป็น 3 รายการ ได้แก่
1.เคเบิลใต้น้ำเส้นทางไทย-สิงคโปร์ จำนวน 2 ระบบ ซึ่งใช้คนละเส้นทาง วงเงิน 6,600 ล้านบาท
2.เคเบิลใต้น้ำเส้นทางไทย-ยุโรป 1 ระบบ วงเงิน 4,000 ล้านบาท
3.เคเบิลใต้น้ำเส้นทางไทย-ญี่ปุ่น 1 ระบบ วงเงิน 5,500 ล้านบาท
ยันสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำรองรับ Data Center
ทั้งนี้ NT ให้เหตุผลว่าการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั่วโลกกว่า 95% ยังต้องพึ่งพาระบบเคเบิลใต้น้ำ ขณะที่ระบบของประเทศไทยเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานและมีแบนด์วิดท์จำกัด ไม่เพียงพอต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลแบบคลาวด์ และการตั้ง Data Center ระดับ Hyperscale ในประเทศ จนกลายเป็นคอขวดที่ลดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ข้อเสนอระบุถึงการเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านทักษะและนวัตกรรมว่า โครงข่ายที่มีความเร็วและเสถียรภาพสูงจะเปิดให้สตาร์ทอัป นักวิจัย และผู้ประกอบการไทยเข้าถึงระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงระดับโลก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยานยนต์ไร้คนขับ ฟินเทค และการแพทย์ทางไกล รวมถึงสร้างความต้องการแรงงานทักษะสูง เช่น วิศวกรข้อมูล นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และ AI Engineers
ส่วนความพร้อม NT ระบุว่าโครงการยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม และไม่สามารถดำเนินงานได้ทันที ส่วนพื้นที่ดำเนินงานต้องจัดหาใหม่ แม้สถานีขึ้นฝั่ง (Cable Landing Station) จะใช้สถานที่เดิมของ NT ได้ แต่ต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะที่แบบรูปรายการยังไม่มี และการวางเคเบิลแต่ละครั้งต้องขออนุญาตจาก กสทช. กรมอุทยานฯ กรมเจ้าท่า กรมประมง และ ศรชล.
ทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น
ด้านสิ่งแวดล้อม ข้อเสนอระบุว่าโครงการมีผลกระทบ และอยู่ระหว่างจัดทำรายงานหรือเสนอตามขั้นตอน โดยหากเส้นทางเคเบิลผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ตามคำแนะนำของกรมอุทยานฯ ส่วนการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ NT ระบุว่ายังไม่มี แต่ได้แจกแจงเหตุผลด้านเทคนิค การตลาด เศรษฐกิจ และสังคมประกอบไว้ในข้อเสนอ
ทั้งนี้ NT ระบุว่า แผนดำเนินงานเริ่มจากการแสวงหาพันธมิตร จัดตั้งกลุ่มภาคีสมาชิก และสำรวจพื้นที่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 ต่อด้วยการคัดเลือกผู้รับเหมาผ่านการประมูลสากลแบบ Turnkey ในช่วงต้นปี 2570 จากนั้นจึงลงนามสัญญา ติดตั้งระบบ และเปิดใช้งานพร้อมตรวจรับในเดือนกันยายน 2570 โดยกำหนดจ่ายเงินแบ่งเป็น 10% เมื่อลงนามสัญญา 80% ระหว่างติดตั้ง และ 10% เมื่อตรวจรับ
ขณะที่แผนการใช้จ่ายเงินรายเดือนกำหนดเบิกจ่ายเส้นทางไทย-สิงคโปร์ 6,600 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน 2570 และเบิกจ่ายเส้นทางไทย-ยุโรป 4,000 ล้านบาท กับเส้นทางไทย-ญี่ปุ่น 5,500 ล้านบาท รวม 9,500 ล้านบาท ในเดือนกันยายน 2570 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ ขณะที่ช่วงเดือนตุลาคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2570 ไม่มีการเบิกจ่าย
สำหรับการบริหารหลังโครงการแล้วเสร็จ NT ระบุว่ามีความพร้อม เนื่องจากปัจจุบันให้บริการระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศภายใต้ความรับผิดชอบอยู่แล้ว 9 ระบบ ส่วนแนวทางติดตามผล จะแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมตรวจสอบความโปร่งใส ติดตามความคืบหน้าการลงนามกับกลุ่ม Consortium และประเมินมูลค่าการลงทุนที่ไหลเข้าสู่กลุ่ม Data Center ในไทยหลังเปิดใช้งาน 3-5 ปี






