thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' จ่อถก พลังงาน-ยานยนต์ วางโรดแมปใช้ E20-B20 ระยะยาว

'ศุภจี' จ่อถก พลังงาน-ยานยนต์ วางโรดแมปใช้ E20-B20 ระยะยาว

05 พ.ย. 69 | 05:34 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 05:51 น.

พาณิชย์ เตรียมหารือ พลังงาน อุตสาหกรรม และสมาคมยานยนต์-รถจักรยานยนต์ วางแนวทางเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานชีวภาพ ใช้ E20-B20 กำหนดทิศทางราคารับซื้อและปริมาณการใช้วัตถุดิบให้เกษตรกรวางแผนการผลิตระยะยาว

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์เตรียมเป็นเจ้าภาพหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน อุตสาหกรรม และสมาคมยานยนต์ เพื่อวางแนวทางการใช้พลังงานชีวภาพ
  • เป้าหมายคือการจัดทำโรดแมประยะยาวเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เชื้อเพลิง E20 และ B20
  • มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในประเทศ เช่น ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้ชัดเจน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเป็นเจ้าภาพหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมยานยนต์ และสมาคมรถจักรยานยนต์ 

เพื่อวางแนวทางเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานชีวภาพ รวมถึงสร้างความเข้าใจต่อประชาชนว่าเชื้อเพลิงชีวภาพชนิดใดเหมาะกับเครื่องยนต์ประเภทใด 

ปัจจุบัน มาตรการลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 ซึ่งช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานชีวภาพ และเพิ่มความต้องการวัตถุดิบในประเทศ ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งใช้ผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล

ตอนนี้มีผลบ้างแล้ว เดี๋ยวจะมีการแถลงร่วมกันกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้เกษตรกรเห็นทั้งราคารับซื้อและปริมาณที่จะใช้ จะได้วางแผนได้ชัดเจนในระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะระยะสั้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรสำคัญของไทยหลายชนิดอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยโจทย์สำคัญจากนี้คือรักษาระดับราคาให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวนาปีที่เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวในหลายพื้นที่

ราคาข้าวถือว่าอยู่ในระดับสูง

ขณะที่ ราคาข้าวถือว่าอยู่ในระดับสูง สิ่งที่ต้องทำคือประคองราคาไม่ให้ลดลงในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าหาตลาดส่งออกเพิ่มเติม แม้ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้การแข่งขันในต่างประเทศยากขึ้น แต่รัฐบาลยังต้องดูให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้า ผู้ส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างสมดุล

ขณะเดียวกัน ยางพารา ราคาอยู่ในระดับดีที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยมีแรงหนุนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางและความต้องการจากตลาดสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ จีน และประเทศอื่นๆ ซึ่งนำยางสดและยางแปรรูปของไทยเข้าไปใช้เป็นวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานของโลก ช่วยดันราคาภายในประเทศให้สูงขึ้น

ด้านมันสำปะหลัง แม้ปริมาณผลผลิตยังมีข้อจำกัดจากปัญหาโรคใบด่าง แต่ราคาปัจจุบันอยู่ในระดับ 3 บาทกว่า และบางช่วงเกือบ 4 บาท กระทรวงพาณิชย์มองว่าปัญหาหลักจึงไม่ใช่เรื่องราคา หากแต่เป็นปริมาณผลผลิตและการจัดการโรคพืช ซึ่งต้องประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ปัญหาต้นทางต่อเนื่อง

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงขึ้นกว่า 9 บาท

ขณะที่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาสูงขึ้นกว่า 9 บาท จากการบริหารจังหวะนำเข้าและดูสมดุลของทั้งระบบ เพราะหากควบคุมการนำเข้ามากเกินไปจนโรงงานอาหารสัตว์ขาดวัตถุดิบ จะดันต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น และส่งผ่านไปยังราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ กระทบผู้บริโภคในที่สุด

นอกจากนี้ การดูแลสินค้าเกษตรไม่สามารถมองเฉพาะราคาปลายทางได้ ต้องกลับไปดูผลผลิตต่อไร่ คุณภาพ และต้นทุนของเกษตรกรด้วย โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังมีผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ และมีปัญหาเรื่องความชื้นที่ต้องให้ทั้งความรู้และเครื่องมือแก่เกษตรกรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต

อย่างไรก็ตาม หากราคาพืชผลเกษตรอยู่ในระดับดีและผลประโยชน์ลงถึงเกษตรกร จะช่วยเพิ่มรายได้ของครัวเรือนในชนบท ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกำลังซื้อฐานราก แต่การดูแลต้องไม่ทำให้ต้นทุนอาหารและค่าครองชีพของผู้บริโภคเพิ่มสูงเกินไป จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลทั้งฝั่งผู้ผลิต โรงงาน และผู้บริโภค