thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ เปิดแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดันรถกระบะใช้น้ำมัน B20

‘เอกนิติ’ เปิดแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดันรถกระบะใช้น้ำมัน B20

04 พ.ย. 69 | 05:20 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 69 | 05:27 น.

‘เอกนิติ’ เปิดแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดันรถกระบะ-รถบรรทุก ใช้น้ำมัน B20 วาง KPI ให้การลงทุนแตะ 30% ปั้นไทยสู่ท็อป 20 ของโลก พร้อมนโยบาย ‘สติ-ดี’

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเปิดแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 3 ด้านหลัก ภายใต้วงเงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพในภาคการขนส่ง โดยผลักดันให้กลุ่มรถกระบะและรถบรรทุกใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20
  • สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือน เพื่อลดค่าครองชีพและเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนสู่ระบบได้
  • พัฒนาทักษะแรงงานกว่า 6 ล้านคน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์แห่งอนาคต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวทางการบริหารจัดการกรอบวงเงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ก้อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 200,000 ล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานนั้น จะมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและสร้างความมั่นคงในระยะยาว ได้แก่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ด้านแรกคือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไฟฟ้า โดยสนับสนุนการติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป ในภาคครัวเรือน เพื่อลดค่าครองชีพและเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายกระแสไฟฟ้าส่วนเกินคืนสู่ระบบโครงข่าย (Grid) ได้ ซึ่งมีการอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้แล้วราว 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • การอุดหนุนครัวเรือน 50,000 ล้านบาท
  • การพัฒนาระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid และ Smart Meter) 20,000 ล้านบาท

"เราเตรียมวงเงินรวมในหมวดนี้ไว้ราว 100,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดสำหรับดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ"

ดันรถกระบะ-รถบรรทุก ใช้ไบโอดีเซล B20 

ด้านที่สองคือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานภาคการขนส่ง โดยส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพภายในประเทศ เช่น เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลังเพื่อผลิตน้ำมัน E20 และไบโอดีเซล B20 ในกลุ่มรถกระบะและรถบรรทุก เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ 

และด้านที่สามคือการพัฒนาทักษะทรัพยากรมนุษย์ โดยดึงกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี อายุระหว่าง 20-60 ปี จำนวนประมาณ 6 ล้านคน เข้าสู่โครงการรีสกิลและอัปสกิล ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน เช่น การอบรมช่างติดตั้งระบบโซลาร์และแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

วาง KPI การลงทุนแตะ 30% ปั้นไทยสู่ท็อป 20 ของโลก

นอกจากนี้ ยังได้วางเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPI) ในระยะยาว ซึ่งตัวเลขการลงทุนจริงในไตรมาสที่ 3 ผ่านกลไก Thailand Fast Pass เติบโตถึง 27% สร้างการจ้างงานกว่าแสนตำแหน่ง และกระตุ้นมูลค่าซัพพลายเชนในประเทศราว 600,000 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายใหญ่ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ได้กำหนดตัวชี้วัดหลักไว้ 3 ประการ คือ การผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่า 3% ต่อปี (GDP 3% Plus) พร้อมกระจายรายได้อย่างทั่วถึง การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจริงต่อ GDP จาก 22% ในปัจจุบันให้แตะระดับ 30% 

‘เอกนิติ’ เปิดแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดันรถกระบะใช้น้ำมัน B20

ทั้งนี้ จะการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจากอันดับที่ 26 ขึ้นสู่ ท็อป 20 ของโลก พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SME ภายใต้แนวทาง "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เพื่อปลดล็อกภาระหนี้เดิม

ผนึกกกร. ลุย 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) โดยวางบทบาทให้ภาคเอกชนเป็นกองหน้า และตนเองทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมและกองกลางคอยประสานงาน ซึ่งภาคเอกชนได้ร่วมกำหนด 7 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมใหม่อย่างห่วงโซ่อุปทาน AI, สมาร์ตอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมอย่างภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงที่ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 และ 2 ของโลก เพื่อตอบรับโครงสร้างประชากรโลกที่มีบุตรน้อยลงและหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น 

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการต่อยอดภาคการท่องเที่ยวจากการรักษาพยาบาล (Sickness) ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) อาหารฟังก์ชันนัล และสมุนไพรไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเชื่อมโยงกลับไปสู่เกษตรกรต้นน้ำ

ชูยุทธศาสตร์ ‘สติ-ดี’ การสร้างเสถียรภาพทางการคลัง

นายเอกนิติ กล่าวถึงการปฏิรูปโครงสร้างภายในกระทรวงการคลัง ว่า ได้กำหนดยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบ "สติ-ดี"โดยคำว่า "สติ" (STI) ประกอบด้วย S (Stabilize Today) คือการสร้างเสถียรภาพทางการคลังให้เป็นกองหลังที่เข้มแข็ง, T (Transition) คือการขับเคลื่อนและช่วยเหลือประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด, และ I (Invest) คือการเร่งเครื่องการลงทุนเพื่ออนาคต 

ขณะที่คำว่า "ดี" (DEE) จะเป็นโมเดลการทำงานใหม่ ประกอบด้วย D (Disclosure) การเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลางย้อนหลัง 5 ปี และการจัดทำข้อมูลงบประมาณในรูปแบบที่ประมวลผลได้ด้วยคอมพิวเตอร์ (Machine-readable) เพื่อให้ทุกภาคส่วนนำไปวิเคราะห์ได้อย่างโปร่งใส 

E (Easy) การนำระบบดิจิทัลมาอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนอย่างคล่องตัว, และ E (Efficiency)การมุ่งเน้นการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในภารกิจที่ภาคเอกชนไม่สามารถทำได้ เพื่อยกระดับให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานต้นแบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน