
'อนุทิน'เยือนภูฏานลงนาม 3 ความร่วมมือ เปิดทางทุนไทยรุกพลังงาน-เกษตร
'อนุทิน' เผยผลสำเร็จเยือนภูฎาน ลงนาม 3 ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด เกษตร และสาธารณสุข เปิดโอกาสเอกชนไทยลงทุนเมืองเกเลฟู ขยายตลาดสู่เอเชียใต้
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เยือนภูฏานและลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ได้แก่ ด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร
- เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในภูฏาน โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด เช่น ไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ และสนับสนุนภาคเกษตรผ่านความร่วมมือกับ ธ.ก.ส.
- ชูเมืองเกเลฟู (Gelephu) เป็นตลาดการลงทุนแห่งใหม่สำหรับนักลงทุนไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และการท่องเที่ยว
- ส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุข เพื่อพัฒนาบุคลากรและดึงดูดผู้ป่วยชาวภูฏานให้เข้ามารับการรักษาในประเทศไทย
"อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี" ปิดภารกิจเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร เปิดโอกาสเอกชนไทยขยายลงทุนในภูฏาน ชูเมืองเกเลฟูเป็นตลาดใหม่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานและท่องเที่ยว
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประสบความสำเร็จจากการเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2569 โดยทั้งสองประเทศได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ครอบคลุมด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร เพื่อกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
เปิดโอกาสเอกชนไทยลงทุนพลังงานสะอาด
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ภูฏานมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แม้มีประชากรประมาณ 800,000 คน แต่มีศักยภาพพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ทั้งไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ทั้งสองฝ่ายจึงหารือแนวทางขยายความร่วมมือและการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอนาคต
เชื่อม ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกร เปิดตลาดสินค้าไทย
ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของภูฏาน ไทยพร้อมสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรและถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาศักยภาพเกษตรกร และยกระดับภาคเกษตรของทั้งสองประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสินค้าและบริการไปยังภูฏานและภูมิภาคเอเชียใต้
ยกระดับสาธารณสุข ดึงผู้ป่วยภูฏานรักษาในไทย
ส่วนความร่วมมือด้านสาธารณสุข ไทยพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ พัฒนาบุคลากร และเปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์และพยาบาลจากภูฏานเข้ารับการฝึกอบรมในประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมการส่งต่อผู้ป่วยจากภูฏานเข้ารับการรักษาในไทย ซึ่งมีบริการทางการแพทย์ได้มาตรฐาน
ชูเมืองเกเลฟู เปิดตลาดลงทุนใหม่ของไทย
สำหรับเมืองเกเลฟู (Gelephu Mindfulness City: GMC) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน มุ่งสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม นายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของนักลงทุนไทยในการเข้าร่วมพัฒนา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า การเยือนภูฏานครั้งนี้ไม่เพียงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งการเปิดตลาดสินค้าไทย ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน







