thansettakij
thansettakij

เปิดค่าตอบแทน ผอ.ไทยพีบีเอส สูงกว่านายกฯ 3 เท่า ส่องงบจ้างเอกชน

30 ต.ค. 69 | 08:08 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 10:49 น.

เปิดข้อมูลค่าตอบแทนอดีต ผอ.ไทยพีบีเอส สูงสุดรวม 3.94 แสนบาทต่อเดือน มากกว่านายกฯ 3 เท่า พร้อมเจาะรายการจัดซื้อจัดจ้างยุควิลาสินี มูลค่ากว่า 53 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ค่าตอบแทนของอดีตผู้อำนวยการไทยพีบีเอส (รศ.วิลาสินี พิพิธกุล) ในวาระที่สอง รวมสิทธิประโยชน์อาจสูงถึง 394,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมากกว่าเงินเดือนนายกรัฐมนตรีถึง 3.14 เท่า
  • สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบข้อบกพร่องในการใช้งบประมาณของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะการจัดจ้างผลิตรายการด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง และการจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่มีระเบียบรองรับ วงเงินที่เกี่ยวข้องประมาณ 85 ล้านบาท
  • มีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงที่อนุมัติโดยผู้อำนวยการในช่วงปี 2566-2568 อย่างน้อย 8 รายการ รวมเป็นเงินกว่า 31.9 ล้านบาท
  • ข้อมูลยังระบุถึงการจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงที่อนุมัติโดยรองผู้อำนวยการอีกอย่างน้อย 23 รายการ รวมวงเงินกว่า 21.8 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการวิจัยและที่ปรึกษา

กรณีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับการจัดจ้างผลิตรายการด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง การจ่ายค่าตอบแทนพิธีกรและผู้ร่วมรายการที่ไม่มีระเบียบรองรับ รวมถึงปัญหาประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ โดยมีวงเงินที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องด้านการจัดจ้างและการเบิกจ่ายโดยประมาณ 85 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน สตง.ยังตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้รถส่วนกลางของผู้บริหาร ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการได้รับค่าพาหนะประจำตำแหน่ง โดยการตรวจสอบดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากข้อร้องเรียนของบุคลากรภายในองค์กรช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ก่อนมีคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569

ท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารเงินขององค์กรสื่อสาธารณะ ซึ่งได้รับรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ ฐานเศรษฐกิจได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ของผู้อำนวยการไทยพีบีเอสย้อนหลัง โดยข้อมูลที่ได้รับระบุว่าเป็นการรวบรวมจากบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งและเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการนโยบาย ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาสัญญาจ้างผู้บริหาร

'ฐานเศรษฐกิจ' ได้รับข้อมูลอีกชุด ระบุว่า ผู้อำนวยการไทยพีบีเอสในบางสมัยได้รับค่าตอบแทนสูงถึงเดือนละ 350,000 บาท และเมื่อรวมค่าพาหนะเหมาจ่ายกับค่าโทรศัพท์เต็มวงเงิน อาจสูงถึง 394,000 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 3.14 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ที่ 125,590 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าตอบแทนผู้บริหารไทยพีบีเอสดังกล่าวยังต้องตรวจสอบยืนยันกับสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการ

ค่าตอบแทน ผอ.ไทยพีบีเอส สูงกว่านายกฯ 3.14 เท่า

จากข้อมูลค่าตอบแทนผู้อำนวยการไทยพีบีเอสย้อนหลัง พบว่า นายสมชัย สุวรรณบรรณ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 300,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์รถประจำตำแหน่งวงเงินไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน ค่าน้ำมันรถไม่เกิน 300 ลิตรต่อเดือน ค่ารับรองไม่เกินปีละ 100,000 บาท ค่าโทรศัพท์ตามจ่ายจริง และวงเงินประกันชีวิตและสุขภาพไม่เกินปีละ 300,000 บาท ก่อนพ้นจากตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2558

ต่อมา นายกฤษฎา เรืองอารีย์รัชต์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 มีข้อมูลว่าได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 280,000 บาท พร้อมรถประจำตำแหน่งวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน ค่าน้ำมันไม่เกิน 300 ลิตรต่อเดือน ค่าโทรศัพท์ไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน ค่ารับรองไม่เกินปีละ 100,000 บาท และวงเงินประกันสุขภาพไม่เกินปีละ 70,000 บาท ก่อนลาออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน 2560

เปิดค่าตอบแทน ผอ.ไทยพีบีเอส สูงกว่านายกฯ 3 เท่า ส่องงบจ้างเอกชน

สำหรับ รศ.วิลาสินี พิพิธกุล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสมัยแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ได้รับค่าตอบแทนตามข้อมูลที่ได้รับเดือนละ 300,000 บาท พร้อมค่าพาหนะเหมาจ่ายเดือนละ 40,000 บาท ค่าโทรศัพท์ไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน รวมวงเงินรายเดือน 344,000 บาท และมีสิทธิประโยชน์อื่น ได้แก่ พนักงานขับรถ ค่ารับรองที่ใช้ร่วมกับรองผู้อำนวยการ และวงเงินประกันสุขภาพ

กระทั่งการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564 ถึงกรกฎาคม 2568 ข้อมูลระบุว่า รศ.วิลาสินีได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเป็นเดือนละ 350,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 50,000 บาทจากสมัยแรก คิดเป็น 16.7% พร้อมค่าพาหนะเหมาจ่าย 40,000 บาท และค่าโทรศัพท์ไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน รวมเป็นวงเงินสูงสุด 394,000 บาทต่อเดือน หรือ 4,728,000 บาทต่อปี โดยยังไม่รวมวงเงินค่ารับรองและประกันสุขภาพ

ส่วน นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอสคนปัจจุบัน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 มีข้อมูลประเมินว่าค่าตอบแทนรวมค่าพาหนะอาจอยู่ที่ประมาณ 330,000–340,000 บาทต่อเดือน แต่ยังไม่มีเอกสารสัญญาจ้างยืนยันตัวเลขดังกล่าว จึงไม่สามารถระบุเป็นจำนวนเงินที่ได้รับจริงได้

เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราเงินเดือนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการการเมือง นายกรัฐมนตรีได้รับเงินเดือน 75,590 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวม 125,590 บาทต่อเดือน ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีได้รับรวม 119,920 บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวง 115,740 บาท และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง 113,560 บาทต่อเดือน

ดังนั้น หากเทียบค่าตอบแทน 350,000 บาทของอดีตผู้อำนวยการไทยพีบีเอสตามข้อมูลที่ได้รับ จะสูงกว่าเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประมาณ 2.79 เท่า และหากรวมค่าพาหนะกับค่าโทรศัพท์เต็มวงเงินเป็น 394,000 บาท จะสูงกว่าประมาณ 3.14 เท่า ทั้งนี้ เป็นการเปรียบเทียบเฉพาะรายการเงินที่ระบุ ไม่รวมสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นของฝ่ายการเมือง

ค่าตอบแทน ผอ.ไทยพีบีเอส สูงกว่านายกฯ 3.14 เท่า

 

สตง.ชี้จัดซื้อจัดจ้างต้องสงสัย

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแถลงเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ว่า ผลการตรวจสอบไทยพีบีเอสพบปัญหาการจ้างผลิตรายการข่าวด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจขัดต่อหลักการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญในช่วงปีงบประมาณ 2566–2568 ที่ไม่ปรากฏระเบียบหรือข้อบังคับรองรับอย่างชัดเจน

โดยมีวงเงินที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องดังกล่าวประมาณ 85 ล้านบาท และเสนอให้หน่วยงานตรวจสอบความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ประเด็นการใช้รถส่วนกลางของผู้บริหารเป็นอีกเรื่องที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบแยกต่างหาก

 

8 รายการจัดจ้างยุควิลาสินี ผอ.อนุมัติ 31.93 ล้านบาท

นอกจากประเด็นค่าตอบแทนผู้บริหารแล้ว ฐานเศรษฐกิจยังได้รับข้อมูลรายการจัดซื้อจัดจ้างของไทยพีบีเอสในช่วงปี 2566–2568 ซึ่งอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสมัยที่สองของ รศ.วิลาสินี พิพิธกุล โดยเป็นข้อมูลที่ระบุว่ารวบรวมจากประกาศจัดซื้อจัดจ้างที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ไทยพีบีเอส

ข้อมูลเบื้องต้นพบรายการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงที่ระบุว่าผู้อำนวยการเป็นผู้อนุมัติอย่างน้อย 8 รายการ รวมวงเงิน 31,932,880.60 บาท ประกอบด้วย

  • จ้างจัดงานคอนเสิร์ต Thai PBS The Greatest Song of Fame วงเงิน 5,660,300 บาท
  • จ้างโครงการ Thai PBS Next เพื่อทดลองออกแบบกระบวนการทำงาน (Sandbox) วงเงิน 1,440,000 บาท
  • จ้างบริการระบบ Video Sharing and Autorezone วงเงิน 7,304,440.60 บาท
  • จ้างพนักงานขับรถ Outsource จำนวน 29 คน วงเงิน 7,074,840 บาท
  • จ้างจัดทำกรอบแนวคิดบริหารอัตรากำลังและวิเคราะห์การปรับเปลี่ยนด้านบุคลากร วงเงิน 1,490,000 บาท
  • จ้างผลิตคลิปสื่อสารภาพและเสียงภายใต้แนวคิดองค์กรที่สร้างความไว้วางใจให้ประชาชน วงเงิน 2,985,300 บาท
  • จ้างพัฒนาและทดสอบเครื่องมือประเมินคุณภาพข่าวและรายการแบบ Responsive Evaluation วงเงิน 500,000 บาท
  • จ้างบริการระบบ Streaming และ CDN วงเงิน 5,478,000 บาท

8 รายการจัดจ้างยุควิลาสินี ผอ.อนุมัติ 31.93 ล้านบาท

ข้อสังเกตสำคัญอยู่ที่การใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่หลักแสนถึงหลายล้านบาท ว่าแต่ละรายการมีเหตุผลความจำเป็นตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร มีการเปรียบเทียบราคาและคุณภาพงานหรือไม่ รวมถึงมีการประเมินความคุ้มค่าของการจ้างเอกชนเทียบกับการดำเนินงานโดยบุคลากรภายในองค์กรหรือไม่

อย่างไรก็ตาม รายการและวงเงินดังกล่าวยังต้องตรวจสอบกับประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สัญญา และเอกสารอนุมัติจริง และไม่ใช่รายการที่ สตง.ได้วินิจฉัยว่ามีความผิดทั้งหมด

 

เจาะ 23 รายการ รอง ผอ.อนุมัติจัดจ้าง 21.87 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ฐานเศรษฐกิจได้รับยังระบุถึงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงในส่วนที่รองผู้อำนวยการเป็นผู้อนุมัติอย่างน้อย 23 รายการ รวมวงเงิน 21,868,250 บาท แบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ

กลุ่มแรก เป็นโครงการวิจัย ที่ปรึกษา การสื่อสารองค์กร และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ รวม 11 รายการ วงเงิน 14,948,803 บาท อาทิ การจ้างที่ปรึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทการสื่อสารของสังคมไทย 2,602,298 บาท การจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ Thai PBS AI and Innovation 2,200,000 บาท การจ้างที่ปรึกษาศึกษาภาพอนาคตสื่อสาธารณะไทย 2,500,000 บาท การจ้างผู้เชี่ยวชาญโครงการ Thai PBS Verify 1,500,000 บาท และการจ้างศึกษาความเคลื่อนไหวบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อออกแบบแผน Core Agenda ปี 2568 วงเงิน 1,177,000 บาท

เจาะ 23 รายการ รอง ผอ.อนุมัติจัดจ้าง 21.87 ล้านบาท เจาะ 23 รายการ รอง ผอ.อนุมัติจัดจ้าง 21.87 ล้านบาท

กลุ่มที่สอง เป็นการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่สำนักงานไทยพีบีเอส โดยข้อมูลระบุว่ามีการแยกจ้างงาน 6 รายการ รวมวงเงิน 2,255,107 บาท ประกอบด้วย งานเวที แสง เสียง และภาพ 496,480 บาท งานโครงสร้างเต็นท์ 499,690 บาท กิจกรรมฟาร์มสนุก 310,300 บาท ระบบลงทะเบียน 150,000 บาท ทีมงาน Back Stage 298,637 บาท และงานออกแบบตกแต่งสถานที่ 500,000 บาท

เจาะ 23 รายการ รอง ผอ.อนุมัติจัดจ้าง 21.87 ล้านบาท

 

กลุ่มที่สาม เป็นงานที่ปรึกษาและสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมอีก 6 รายการ รวมวงเงิน 4,664,340 บาท อาทิ การจ้างที่ปรึกษาเก็บข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อสนับสนุนการผลิตเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ 1,300,000 บาท การพัฒนาตัวชี้วัดประเมินความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจของประชาชน 770,000 บาท การศึกษานวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์และประเมินเนื้อหา 700,000 บาท และการศึกษารูปแบบการสื่อสารเพื่อวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ 600,000 บาท

ทั้งนี้ หากนำรายการจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุว่าผู้อำนวยการเป็นผู้อนุมัติ 31,932,880.60 บาท รวมกับรายการที่รองผู้อำนวยการเป็นผู้อนุมัติ 21,868,250 บาท จะมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 53,801,130.60 บาท จากข้อมูลตัวอย่าง 31 รายการ โดยยังไม่รวมโครงการอื่นที่ไม่ได้ระบุวงเงิน