thansettakij
thansettakij
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รัฐบาลแจ้ง น้ำท่วม-ดินถล่มภูเก็ต เข้าเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ ลุยจ่าย 10,000 บ.

28 ต.ค. 69 | 01:01 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 01:21 น.

รัฐบาล ประกาศประกันภัยพิบัติครอบคลุมเหตุอุทกภัย–ดินโคลนถล่มภูเก็ต ผู้ประสบภัยแจ้งขอสินไหมได้ จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท พร้อมเดินหน้าดูแลประชาชน 73 จังหวัด อนุมัติสินไหมแล้วกว่า 20 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • รัฐบาลยืนยันว่าเหตุการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่มที่ภูเก็ตเข้าเกณฑ์ความคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ
  • ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและขอรับสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ได้
  • รัฐบาลจะเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการพิจารณาสินไหมให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง

28 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนว่า สถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เกิดขึ้นล่าสุด รัฐบาลยืนยันว่า ความเสียหายจากเหตุดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ โดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ 

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการรับแจ้งเหตุและการพิจารณาสินไหมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับสิทธิตามความคุ้มครองอย่างทั่วถึง และลดความเสี่ยงที่ผู้ประสบภัยจะตกหล่นจากการรับความช่วยเหลือ

สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติผ่านระบบประกันภัย ล่าสุดมีวงเงินสินไหมทดแทนอนุมัติแล้ว 20,035,000 บาท และอยู่ระหว่างพิจารณาอีก 354,245,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ผลการดำเนินงาน แบ่งเป็นกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม มีการโอนสินไหมแล้ว 1 รายการ จำนวน 2 ล้านบาท อนุมัติแล้วอีก 8 รายการ จำนวน 16 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณา 29 รายการ ขณะที่กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม อนุมัติสินไหมแล้ว 209 รายการ วงเงิน 2,025,000 บาท

ทั้งนี้ มีการรับแจ้งความเสียหายจากอุทกภัย 28,970 รายการ อนุมัติแล้ว 198 รายการ วาตภัย 1,309 รายการ อนุมัติแล้ว 11 รายการ และแผ่นดินไหว 43 รายการ โดยมีพื้นที่รับแจ้งเหตุรวม 73 จังหวัด จังหวัดที่มีการแจ้งเหตุสูงสุด ได้แก่ เพชรบุรี 5,324 รายการ ลพบุรี 3,725 รายการ ชัยนาท 2,877 รายการ กรุงเทพมหานคร 2,403 รายการ และนครสวรรค์ 2,125 รายการ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วม 11 แห่ง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยใช้ระบบประกันภัยเป็นอีกหนึ่งกลไกช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างหลักประกันให้ครัวเรือนที่ประสบความเสียหาย พร้อมติดตามการพิจารณาสินไหมทดแทน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือตามเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างรวดเร็วและทั่วถึง” นางสาวลลิดา ระบุ

จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท ให้ผู้ประสบภัยชาวภูเก็ต

ด้านนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือร่วมกับทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังเข้าไปในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เร่งทำความสะอาดเพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชน พร้อมเร่งเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม ในส่วนของการเยียวยาเบื้องต้น ตามโครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา 

ในส่วนของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รัฐบาลได้เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น จำนวน 10,000 บาท ให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจาก อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนเบื้องต้น ซึ่งเป็นความจำเป็นที่ต้องเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วที่สุด

สำหรับความช่วยเหลือตามโครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” และตามมาตรการของภาครัฐ ในลำดับถัดไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสำรวจและรวบรวมข้อมูล รัฐบาลแนะนำให้ผู้ประสบอุทกภัยเก็บรวบรวมข้อมูลลงทะเบียนขอรับการเยียวยาตามขั้นตอน โดยรัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องของกระบวนการ พร้อมกำชับให้ส่วนราชการในพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมความเสียหายของพี่น้องประชาชน

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตเทศบาลจังหวัดภูเก็ต สามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัย จนถึงวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00–16.30 น. ณ อาคารศูนย์ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลเมืองป่าตอง

ทั้งนี้ขอให้ผู้ได้รับผลกระทบเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ภาพถ่ายความเสียหาย รายการความเสียหาย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาเช่าบ้านสำหรับผู้เช่า เพื่อประกอบการลงทะเบียน