thansettakij
thansettakij
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ชงครม.สัปดาห์หน้า จัดเกณฑ์ 7 ระดับตามขนาดใช้ไฟฟ้า

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ชงครม.สัปดาห์หน้า จัดเกณฑ์ 7 ระดับตามขนาดใช้ไฟฟ้า

27 ต.ค. 69 | 11:44 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ต.ค. 69 | 11:54 น.

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เดินหน้าวางมาตรฐานกลาง คุมการใช้ไฟฟ้า-น้ำ-สิ่งแวดล้อม เตรียมเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า แยกเกณฑ์กำกับ 7 ระดับตามขนาดการใช้ไฟฟ้า

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์เตรียมเสนอมาตรการกำกับดูแลต่อ ครม. ในสัปดาห์หน้า
  • สาระสำคัญคือการจัดหมวดหมู่ดาต้าเซ็นเตอร์ออกเป็น 7 ระดับ โดยใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์หลัก
  • แต่ละระดับจะถูกกำกับดูแลด้วยมาตรฐาน (Code of Practice) ที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันไปตามขนาดการใช้ไฟฟ้า
  • ข้อเสนอรวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศ และการตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกนักลงทุน

คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ในการประชุมครั้งที่ 4/2569 ได้วางหลักการและยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อจัดระเบียบและส่งเสริมการลงทุนธุรกิจ Data Center ในประเทศไทย โดยมุ่งพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และป้องกันไม่ให้การลงทุนสร้างภาระต่อประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปหลักการสำคัญ 3 ด้าน เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ก่อนผลักดันเป็นมาตรฐานกลางสำหรับกำกับดูแลและส่งเสริมการลงทุน Data Center ของประเทศอย่างเป็นทางการ

แนวทางดังกล่าวมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศกับการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ โดยกำหนดให้การลงทุนใหม่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการพัฒนาทักษะแรงงานไทย ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะมูลค่าเงินลงทุนหรือขนาดของโครงการเท่านั้น

ชง 3 มาตรการหลัก จัดระบบกำกับลงทุน Data Center

มาตรการแรก คือ การจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานและฐานข้อมูล Data Center ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ยังขาดการบูรณาการข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยจะจัดทำ Data Center Dashboard เพื่อรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง สถานะการดำเนินงาน การใช้ทรัพยากร และนิยามหมวดหมู่ของ Data Center ทั้งหมดในประเทศ เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามสถานการณ์และใช้ประกอบการกำหนดนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขณะเดียวกัน จะกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Standard) ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย ระบบป้องกันอัคคีภัย สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน โดยใช้กับทั้งโครงการที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้การพัฒนาธุรกิจ Data Center เป็นไปภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและมีมาตรฐานเดียวกันในระดับประเทศ

มาตรการที่สอง คือ การเปลี่ยนผ่านกติกาอย่างเป็นธรรม โดยไม่เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ย้อนหลังแบบเหมารวมสำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วหรืออยู่ระหว่างก่อสร้าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน แต่กำหนดให้โครงการเดิมต้องปรับปรุงและปฏิบัติตามมาตรฐาน Code of Practice (COP) ภายในระยะเวลา 1 ปี

ส่วนโครงการใหม่ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง จะต้องเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองและพิจารณาความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาทักษะแรงงานภายในประเทศ

มาตรการที่สาม คือ การยกระดับธรรมาภิบาลและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน โดยเตรียมจัดตั้ง Data Center One Stop Service (DC OSS) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขึ้นทะเบียนและประสานงานด้านการลงทุนแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ช่วยให้การดำเนินงานของภาครัฐมีความเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความชัดเจนให้กับผู้ประกอบการ

แบ่ง Data Center 7 ระดับ ตามขนาดใช้ไฟฟ้า

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ในฐานะเลขานุการที่ประชุม เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้จัดหมวดหมู่ Data Center ออกเป็น 7 ระดับ โดยใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์หลักในการกำหนดระดับความเข้มข้นของมาตรฐานกำกับดูแล เพื่อให้ข้อกำหนดสอดคล้องกับขนาดและความเสี่ยงของแต่ละโครงการ

รายละเอียดการแบ่งระดับประกอบด้วย

  • ระดับ 1: ใช้ไฟฟ้า 0-0.5 เมกะวัตต์
  • ระดับ 2: มากกว่า 0.5-5 เมกะวัตต์
  • ระดับ 3: มากกว่า 5-10 เมกะวัตต์
  • ระดับ 4: มากกว่า 10-20 เมกะวัตต์
  • ระดับ 5: มากกว่า 20-50 เมกะวัตต์
  • ระดับ 6: มากกว่า 50-200 เมกะวัตต์
  • ระดับ 7: ตั้งแต่ 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป

สำหรับการกำหนดมาตรฐาน Code of Practice จะปรับระดับความเข้มข้นตามขนาดของกิจการ โดย Data Center ระดับ 1-4 ซึ่งเป็นกลุ่มขนาดเล็ก จะใช้ข้อกำหนดทางเทคนิคขั้นต่ำพื้นฐานและ COP เวอร์ชันไลต์ ขณะที่ระดับ 5 จะใช้ COP เวอร์ชัน 2 ส่วนระดับ 6-7 ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ จะต้องปฏิบัติตาม COP เวอร์ชัน 3 ที่มีข้อกำหนดเข้มข้นที่สุด

บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ชงครม.สัปดาห์หน้า จัดเกณฑ์ 7 ระดับตามขนาดใช้ไฟฟ้า

การแบ่งระดับดังกล่าวจะช่วยให้การกำกับดูแลมีความเหมาะสมกับขนาดกิจการ โดยศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งมีความต้องการใช้ทรัพยากรสูงจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กไม่ต้องแบกรับภาระด้านกฎระเบียบเกินความจำเป็น

Data Center ไทย 63 แห่ง จ่อคัดกรองลงทุนใหม่กว่า 100 โครงการ

ข้อมูลจากที่ประชุมระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมี Data Center ที่เปิดให้บริการแล้วรวม 63 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กของสถาบันการเงิน ขณะที่มีโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้างหรือรอใบอนุญาตขั้นสุดท้ายอีกประมาณ 20 แห่ง

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างหรือรอใบอนุญาตขั้นสุดท้าย จะได้รับอนุญาตให้เดินหน้าต่อได้ภายใต้เงื่อนไขการปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐาน COP ภายใน 1 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมและปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์กำกับดูแลใหม่

ส่วนโครงการใหม่ที่ยังไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งมีผู้ยื่นข้อเสนอเข้ามาแล้วกว่า 100 ข้อเสนอ คิดเป็นปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคัดเลือกใหม่ หรือ Pitching ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง

การพิจารณาจะครอบคลุมความเหมาะสมของพื้นที่ ความพร้อมของระบบไฟฟ้าและน้ำ ตลอดจนสิทธิประโยชน์และผลตอบแทนที่ประเทศจะได้รับจากการลงทุน โดยมีเป้าหมายให้การลงทุน Data Center สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว คาดว่าจะเริ่มเปิดรับพิจารณาข้อเสนอตามเกณฑ์ใหม่ได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2569

กทม. คุมผลกระทบชุมชน จ่อกำหนดนิยามอาคาร Data Center

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันมี Data Center ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 50 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กตามอาคารต่าง ๆ จำนวน 47 แห่ง และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ 3 แห่ง

ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ออกระเบียบและดำเนินการตรวจวัดผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับเสียง อุณหภูมิภายนอกอาคาร น้ำเสีย ระบบป้องกันอัคคีภัย และปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ โดยผู้ประกอบการทุกรายยินยอมปฏิบัติตามมาตรการเพิ่มเติมของกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติย้ำว่า หากตรวจพบว่าการดำเนินงานของ Data Center ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจริง กรุงเทพมหานครจะสั่งให้หยุดการดำเนินงานทันที

นอกจากนี้ ในอดีตผู้ประกอบการมักยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคาร Data Center ในลักษณะอาคารคลังสินค้า เนื่องจากยังไม่มีคำนิยามทางกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับอาคารประเภทนี้ กรุงเทพมหานครจึงเตรียมประสานงานกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อกำหนดนิยามเฉพาะของอาคาร Data Center รวมถึงระยะถอยร่นที่เหมาะสมในกฎหมายผังเมือง

การกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้การพัฒนา Data Center ในพื้นที่เมืองมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในด้านการอนุญาตก่อสร้าง การควบคุมผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ และการคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชน