
บัญชีกลางจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ผ่านพร้อมเพย์ 13 หลัก เริ่ม พ.ค. 70
บัญชีกลางจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ผ่านพร้อมเพย์ 13 หลัก เริ่ม พ.ค. 70 ชี้ยังไม่รวมการจ่ายบำนาญให้แก่ผู้รับบำนาญ สั่งส่วนราชการแจ้งข้อมูลใน 30 ธ.ค.
KEY
POINTS
- กรมบัญชีกลางจะเปลี่ยนการจ่ายเงินเดือนข้าราชการและค่าจ้างลูกจ้างประจำ เป็นการจ่ายผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แทนเลขบัญชีธนาคาร
- ระบบใหม่จะเริ่มใช้งานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป โดยยังไม่ครอบคลุมถึงการจ่ายเงินบำนาญแก่ผู้รับบำนาญ
- ข้าราชการและลูกจ้างประจำต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน และควรใช้บัญชีเดิมหากมีสินเชื่อผูกอยู่เพื่อไม่ให้กระทบการชำระหนี้
- การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล และป้องกันการทุจริต
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ (National e-Payment) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของประเทศให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนการให้บริการภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล
กรมบัญชีกลางจึงได้พัฒนาระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจำ (e-Payroll) โดยเปลี่ยน การจ่ายเงินเดือนให้กับข้าราชการและค่าจ้างประจำให้กับลูกจ้างประจำผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay)
ที่ลงทะเบียนด้วยเลขประจำตัวประชาชนกับบัญชีเงินฝากธนาคาร แทนการใช้เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร โดยสามารถดำเนินการลงทะเบียน PromptPay ผ่านช่องทางและวิธีการที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะเริ่มการจ่ายเงินเดือน และค่าจ้างประจำ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ยังไม่รวมการจ่ายบำนาญให้แก่ผู้รับบำนาญ
สำหรับข้าราชการและลูกจ้างประจำขอให้ดำเนินการลงทะเบียน PromptPay ด้วยเลขประจำตัวประชาชน โดยสามารถลงทะเบียนกับธนาคารใด เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารใดก็ได้ตามความประสงค์
แต่ในกรณีข้าราชการหรือลูกจ้างประจำที่มีภาระสินเชื่อผูกพันอยู่กับธนาคารที่ใช้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำ เช่น สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ และสินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับบุคลากรภาครัฐ (ธนาคารกรุงไทย) สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน Benefit Plus Loan (ธนาคารทหารไทยธนชาต) สินเชื่อ Salary เปย์ เพื่อบุคลากรภาครัฐ (ธนาคารออมสิน) สินเชื่อสำหรับลูกค้า Bualuang Payroll / สินเชื่อบัวหลวงอุ่นใจ (ธนาคารกรุงเทพ) เป็นต้น
ขอให้ส่วนราชการกำชับข้าราชการและลูกจ้างประจำให้ดำเนินการลงทะเบียน PromptPay กับบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้รับเงินเดือน หรือค่าจ้างประจำเดิม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดการภาระหนี้สินและสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ไม่รวมสินเชื่อที่มีบันทึกข้อตกลง (MOU) เช่น สินเชื่อผ่อนชำระเพื่อที่อยู่อาศัย หนี้สหกรณ์ เป็นต้น
นางแพตริเซีย กล่าวว่า เมื่อลงทะเบียน PromptPay แล้ว ให้ยื่นแบบยืนยันข้อมูลการลงทะเบียน PromptPay ด้วยเลขประจำตัวประชาชนต่อส่วนราชการต้นสังกัด โดยส่วนราชการต้องตรวจสอบ
ความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชน ในระบบ e-Payroll กับแบบยืนยันการลงทะเบียนฯ ให้ตรงกัน และส่วนราชการระดับกรม แจ้งข้อมูลข้าราชการและลูกจ้างประจำที่ลงทะเบียน PromptPay เรียบร้อยแล้ว ให้กรมบัญชีกลางทราบ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569
“การปรับการจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างประจำ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนแทนการใช้เลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารในครั้งนี้ เป็นการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของกระบวนการจ่ายเงินภาครัฐ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลดการจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลทางการเงินและป้องกันการทุจริตจากการแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารอีกทั้งยังสนับสนุนการยืนยันตัวตนของผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น และป้องกันการถูกแสวงหาประโยชน์จากการสวมสิทธิ หรือการหลอกลวงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงบัญชีรับเงินได้อีกด้วย”







