thansettakij
thansettakij
GISTDA เร่งดันธุรกิจไทยเจาะห่วงโซ่เศรษฐกิจดวงจันทร์

GISTDA เร่งดันธุรกิจไทยเจาะห่วงโซ่เศรษฐกิจดวงจันทร์

GISTDA วางเป้าหมายเชื่อมชิ้นส่วนอวกาศ หุ่นยนต์ วัสดุและอาหารไทย เข้าห่วงโซ่เศรษฐกิจดวงจันทร์ พร้อมขยายความร่วมมือวิจัยนานาชาติ

KEY

POINTS

  • GISTDA จัดประชุมนานาชาติด้านอวกาศเพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทยเข้ากับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับโลก
  • นำเสนอศักยภาพของไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ เช่น สถานีภาคพื้นดิน ชิ้นส่วนอวกาศ และเพย์โหลด เพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในอนาคต
  • ผลักดันธุรกิจไทยในสาขาที่มีโอกาส เช่น วัสดุขั้นสูง, AI ควบคุมหุ่นยนต์, อาหารและเกษตรกรรมในอวกาศ ให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจดวงจันทร์

วันที่ 26 ตุลาคม 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ Moon Village Association หรือ MVA เปิดการประชุม “10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 เป็นครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

เชื่อมอุตสาหกรรมไทยกับภารกิจดวงจันทร์

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า ไทยต้องการใช้เวทีดังกล่าวเชื่อมความร่วมมือกับประเทศที่มีบทบาทด้านอวกาศ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน ประเทศในยุโรป และญี่ปุ่น ท่ามกลางการพัฒนาภารกิจสำรวจดวงจันทร์ เช่น โครงการอาร์เทมิส (Artemis) และโครงการสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ (ILRS) ของจีน

 

ประเด็นที่ฝ่ายไทยนำเสนอ ได้แก่ ความพร้อมในการพัฒนาเครือข่ายสถานีภาคพื้นดิน เพื่อรองรับการสื่อสารสำหรับภารกิจห้วงอวกาศลึกและดวงจันทร์ รวมถึงความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนอวกาศและเพย์โหลด เช่น เครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือชุดทดลองที่นำไปกับยานอวกาศ โดยมีเป้าหมายให้เทคโนโลยีที่พัฒนาในไทยได้ร่วมภารกิจสำรวจในอนาคต

GISTDA เร่งดันธุรกิจไทยเจาะห่วงโซ่เศรษฐกิจดวงจันทร์

อีกส่วนหนึ่งคือการเชื่อมผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไทยกับเครือข่ายอุตสาหกรรมอวกาศต่างประเทศ โดยสาขาที่ GISTDA มองว่ามีโอกาส ได้แก่ วัสดุที่ทนต่อสภาวะสุดขั้ว ระบบ AI ควบคุมหุ่นยนต์ อาหาร และระบบเกษตรกรรมสำหรับการดำรงชีวิตในอวกาศ

ดร.ปกรณ์ ระบุว่า เป้าหมายคือการพัฒนางานวิจัยไทยให้ได้มาตรฐานและสามารถนำไปใช้ในภารกิจจริง เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจดวงจันทร์ หรือ Lunar Economy

สาขาที่ต้องการผลักดันยังครอบคลุมสถาปัตยกรรมอวกาศและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดำรงชีวิตระยะยาวบนดวงจันทร์

หารือกฎหมายและการจัดการสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากเทคโนโลยี การประชุมยังครอบคลุมกรอบกฎหมายอวกาศ การจัดการสิ่งแวดล้อมบนดวงจันทร์ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต

GISTDA เร่งดันธุรกิจไทยเจาะห่วงโซ่เศรษฐกิจดวงจันทร์

ตามข้อมูลของผู้จัดงาน ผู้แทนที่มีกำหนดเข้าร่วมประกอบด้วย MVA สำนักงานกิจการอวกาศส่วนนอกแห่งสหประชาชาติ (UNOOSA) และประธานร่วมคณะทำงานด้านการปรึกษาหารือเกี่ยวกับกิจกรรมบนดวงจันทร์ ภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยการใช้อวกาศส่วนนอกในทางสันติของสหประชาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ห้องปฏิบัติการสำรวจห้วงอวกาศลึกของจีน หรือ DSEL องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) และองค์การอวกาศออสเตรเลีย

การประชุมมีเวทีเสวนาร่วมกับ APRSAF-32 หรือการประชุมเวทีหน่วยงานอวกาศภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ครั้งที่ 32 โดยประเด็นหารือครอบคลุมความร่วมมือด้านกิจกรรมบนดวงจันทร์อย่างยั่งยืน และบทบาทของประเทศในอาเซียนในการร่วมพัฒนานวัตกรรมอวกาศ

ต่อยอดเทคโนโลยีสู่อุตสาหกรรมบนโลก

ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า ความร่วมมือด้านอวกาศยังมีเป้าหมายนำองค์ความรู้กลับมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมบนโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อรับมือกับสุญญากาศ รังสี และความผันผวนของอุณหภูมิ

องค์ความรู้เหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดในสาขาต่าง ๆ เช่น การพัฒนาแบตเตอรี่และพลังงานสะอาด การแพทย์ดิจิทัล การจัดการสิ่งแวดล้อม และเกษตรกรรมแม่นยำสูง

ขณะเดียวกัน GISTDA ต้องการขยายความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยไทยกับต่างประเทศ ทั้งการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ การทำวิจัยร่วม และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับงานด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีอวกาศ

สำหรับนิสิต นักศึกษา และวิศวกรรุ่นใหม่ เป้าหมายคือการสร้างเครือข่ายเพื่อเข้าถึงทุนการศึกษา ทุนวิจัย และโอกาสทำงานในองค์กรอวกาศระหว่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศของไทย