
ก.พ. คลอดกฎหมายเอาผิดทุจริตสอบข้าราชการ โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ผู้คุมสอบโดน 3 เท่า
ก.พ. เปิดรับฟังร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดในการสอบบรรจุในหน่วยงานของรัฐ หลังคดีโกงสอบท้องถิ่น 2568 กำหนดโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ข้าราชการผู้คุมสอบโดนโทษสามเท่า ไล่ออกสถานเดียว
KEY
POINTS
- สำนักงาน ก.พ. เสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อเอาผิดการทุจริตสอบบรรจุในหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะ
- กำหนดโทษอาญาหลายระดับ โดยมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี สำหรับผู้เรียกรับสินบนหรือผลประโยชน์
- หากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจะได้รับโทษเป็นสองเท่า และหากเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบจะได้รับโทษเป็นสามเท่า
- มีมาตรการทางปกครองที่เข้มงวดควบคู่ไปด้วย เช่น ไล่ออกทันที เรียกคืนเงินเดือน และขึ้นบัญชีดำห้ามเข้ารับราชการ
ปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสอบแทนกัน การซื้อขายข้อสอบ และการเรียกรับเงินเพื่อให้สอบผ่าน หลายกรณีกระทำกันเป็นขบวนการและมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนมาก ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดในเรื่องนี้ไว้เป็นการเฉพาะ
ล่าสุดสำนักงาน ก.พ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. .... ตั้งแต่วันที่ 22ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 เพื่อกำหนดฐานความผิดและโทษทางอาญาสำหรับการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ พร้อมมาตรการทางปกครองต่อผู้ทุจริตและผู้รับจ้างจัดสอบ
ที่มาของร่างกฎหมาย
สำนักงาน ก.พ. ระบุว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐมีหน้าที่บังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย จัดทำและให้บริการสาธารณะ และบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการคัดกรองบุคคลเข้าทำงานจึงต้องมีคุณภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการทุจริต
อย่างไรก็ดี ปรากฏว่ามีการทุจริตในการสอบบรรจุอยู่เนือง ๆ หลายกรณีกระทำกันเป็นขบวนการและมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในภาครัฐ จึงเห็นควรกำหนดความผิดในเรื่องนี้ขึ้นเป็นการเฉพาะ
ร่างกฎหมายระบุว่ามีบทบัญญัติบางประการที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 26 ประกอบมาตรา 29 มาตรา 37 และมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญ ผู้เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายนี้ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนทั่วไป
ขอบเขตครอบคลุมทั้งสอบเข้าและสอบเลื่อนตำแหน่ง
ร่างกฎหมายนิยาม "การสอบบรรจุ" ให้หมายถึงการสอบแข่งขันและการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ รวมถึงการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถ การสอบคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรม และการสอบวัดผลในหลักสูตรฝึกอบรม ที่มีผลโดยตรงต่อการบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง หรือการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มพิเศษ
"หน่วยงานของรัฐ" ครอบคลุมกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ ส่วน "ผู้ให้บริการจัดสอบหรือรับจ้างจัดสอบ" ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคลเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับมอบหมายหรือเป็นคู่สัญญาจัดสอบ โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายนี้
อัตราโทษตามฐานความผิด
- เข้าสอบโดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขการสอบเพื่อประโยชน์โดยทุจริต จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เข้าสอบแทนผู้อื่น หรือยินยอมให้ผู้อื่นสอบแทน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อให้ผลสอบเป็นประโยชน์โดยทุจริต จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือประโยชน์ตอบแทนในลักษณะเดียวกัน จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข่มขืนใจ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญผู้อื่นให้ร่วมดำเนินการเพื่อผลการสอบโดยทุจริต จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เปิดเผย จำหน่าย หรือส่งมอบข้อสอบหรือคำตอบ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้แสวงหา ล่วงรู้ หรือรับไว้ซึ่งข้อสอบหรือคำตอบ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เปลี่ยนแปลง แก้ไข ดัดแปลง หรือทำลายข้อมูลการสอบหรือกระดาษคำตอบโดยมิชอบ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ปลอมเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการสอบบรรจุ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ต้องระวางโทษเป็นสองเท่า และหากเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบครั้งนั้น ต้องระวางโทษเป็นสามเท่า ทั้งนี้ เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการกระทำความผิดให้ริบทั้งสิ้น
ดึง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. ร่วมสืบสวน คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ร่างกฎหมายกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีอำนาจสืบสวนสอบสวนความผิดตามกฎหมายนี้ และต้องจัดช่องทางแจ้งเบาะแสทางอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิด ให้หน่วยงานดังกล่าวสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว และแจ้งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคลพิจารณาสั่งระงับหรือยกเลิกการสอบทั้งหมดหรือบางส่วนตามพฤติการณ์ ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ห้ามผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจทางวินัย สั่งพักงาน โยกย้าย หรือกระทำการใดอันเป็นผลร้ายต่อผู้แจ้งเบาะแสหรือพยาน และให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบกำหนดมาตรการคุ้มครองได้ตามความจำเป็น
มาตรการทางปกครอง: ไล่ออกสถานเดียว เรียกคืนเงินเดือน
การดำเนินการทางปกครองให้เป็นไปตามกฎหมายบริหารงานบุคคลของแต่ละหน่วยงาน แต่ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ร่างกฎหมายกำหนด ได้แก่
- ต้องมีกระบวนการพิจารณาให้บุคคลเป็นผู้ทุจริตในการสอบบรรจุ อันเป็นลักษณะต้องห้ามในการรับราชการหรือเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา และส่งบัญชีรายชื่อให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลางให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบได้
- กรณีทุจริตการสอบก่อนเข้าทำงาน ให้หัวหน้าหน่วยงานสั่งให้ออกโดยพลัน และออกคำสั่งเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นทั้งหมดภายใน 1 ปีนับแต่วันสั่งให้ออกหรือวันที่รู้ถึงการทุจริต แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่พ้นจากหน่วยงาน กรณีผู้นั้นออกไปแล้ว โดยใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ทั้งนี้ ไม่กระทบการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่
- กรณีทุจริตการสอบขณะปฏิบัติงานอยู่ ให้ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงและลงโทษไล่ออกสถานเดียว หากได้มีการพิจารณาว่าเป็นผู้ทุจริตแล้ว ให้ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้ แต่ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้ง
ผู้รับจ้างจัดสอบถูกตัดสิทธิ 5 ปี
หากผู้ให้บริการหรือรับจ้างจัดสอบมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิด หรือจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเกิดความผิด จะถูกตัดสิทธิและห้ามเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐเป็นเวลา 5 ปี โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดเก็บรายชื่อ นอกจากนี้ หากมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือละเลยต่อหน้าที่จนเกิดความผิด ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดสอบใหม่ตามสัดส่วนความเสียหาย
สำนักงาน ก.พ. ระบุเหตุผลของการกำหนดโทษอาญาว่า เพื่อให้ฐานความผิดชัดเจนและมีโทษสูง เป็นการข่มขู่และยับยั้งการทุจริตในการสอบบรรจุ และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเหมาะสม รวมทั้งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีดุลพินิจยุติการสอบให้เหมาะสมกับพฤติการณ์ของการกระทำความผิด.






