
ไทยช่วยไทย พลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 2.68 หมื่นล้าน รับสิทธิ 26.74 ล้านราย
ไทยช่วยไทย พลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 26,809 ล้านบาท ประชาชนรับสิทธิ 26.74 ล้านราย ร้านค้าผ่านตรวจสอบกว่า 1.19 ล้านราย รัฐบาลร่วมจ่ายกว่า 1.55 หมื่นล้านบาท หวังกระตุ้นกำลังซื้อ เศรษฐกิจฐานราก
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" มียอดใช้จ่ายสะสมกว่า 26,809 ล้านบาท โดยมีผู้กดรับสิทธิทั้งสิ้น 26.74 ล้านราย
- ยอดใช้จ่ายแบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 15,557 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนจ่ายเอง 11,251 ล้านบาท
- มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 1.19 ล้านราย เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายสะสมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ทะลุ 26,809 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐบาลร่วมจ่าย 15,557 ล้านบาท และประชาชนจ่ายเอง 11,251 ล้านบาท มีผู้รับสิทธิ 26.74 ล้านราย ร้านค้าผ่านตรวจสอบกว่า 1.19 ล้านราย เดินหน้าติดตามผลกระตุ้นกำลังซื้อและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ของรัฐบาล โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. พบว่า มีประชาชนกดรับสิทธิรวม 26,740,565 ราย ขณะที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,191,936 ราย
สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมผ่านโครงการอยู่ที่ 26,809.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 15,557.9 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 11,251.3 ล้านบาท สะท้อนการหมุนเวียนเม็ดเงินผ่านการซื้อสินค้าและบริการ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้มาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ
เปิดยอดใช้จ่ายแยกช่องทาง Food Delivery แตะ 1,159 ล้านบาท
เมื่อแยกตามช่องทางการใช้จ่าย พบว่า การใช้จ่ายผ่านบริการ Food Delivery มีมูลค่ารวม 1,159.9 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 668.2 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนจ่ายเอง 491.7 ล้านบาท
ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าอื่น ๆ มีมูลค่ารวม 25,649.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 14,889.7 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 10,759.6 ล้านบาท โดยช่องทางร้านค้าทั่วไปยังเป็นแหล่งใช้จ่ายหลักของโครงการ
ร้านค้าร่วมโครงการกว่า 1.19 ล้านราย หนุนเศรษฐกิจฐานราก
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การมีร้านค้าผ่านการตรวจสอบแล้วกว่า 1.19 ล้านราย เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มาตรการเข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจชุมชน ช่วยกระจายรายได้และเพิ่มการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ทั้งนี้ การลงทะเบียนรับสิทธิของประชาชนสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ทำให้ยอดผู้กดรับสิทธิ 26,740,565 ราย เป็นยอดสรุปหลังปิดลงทะเบียน โดยรัฐบาลจะติดตามการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชน
รัฐบาลคาดหวังว่าเม็ดเงินใช้จ่ายสะสมกว่า 26,800 ล้านบาท จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อของประชาชน สนับสนุนสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายย่อย และกระตุ้นการจับจ่ายสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง







