thansettakij
thansettakij
รัฐบาลดึงเงินทุน ธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ หนุนเมืองคาร์บอนต่ำ

รัฐบาลดึงเงินทุน ธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ หนุนเมืองคาร์บอนต่ำ

18 ต.ค. 69 | 04:44 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ต.ค. 69 | 04:50 น.

รัฐบาล ถกธนาคารโลก ดึงเงินทุน 200 ล้านดอลลาร์ ลงทุนพลังงานสะอาดและการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่ให้ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร-ชุมชน ลดต้นทุนพลังงานปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว

KEY

POINTS

  • รัฐบาลได้รับเงินกู้จากธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด
  • เงินทุนดังกล่าวจะผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เพื่อใช้ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารภาครัฐและพื้นที่อุตสาหกรรม
  • โครงการจะนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนิคมอุตสาหกรรม โดยเน้นการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาและปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนพลังงาน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลต่อยอดความร่วมมือจากการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ผลักดันการลงทุนพลังงานสะอาดและการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs แรงงาน เกษตรกร และชุมชน ให้สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างเป็นธรรม โดยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 มีการนำเสนอแนวทางความร่วมมือและลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับ เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนและพัฒนากลไกทางการเงินด้านสิ่งแวดล้อม

อัดฉีด 200 ล้านดอลลาร์ หนุนพลังงานสะอาด

นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับนายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ในหัวข้อ Low Carbon Cities and Energy Security โดยมีโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน กรอบวงเงินกู้จากธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อสนับสนุนการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารภาครัฐและพื้นที่อุตสาหกรรม 

 

ทั้งนี้โครงการจะใช้กลไกบริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงาน (ESCOs) ลงทุนปรับปรุงระบบพลังงานก่อน โดยหน่วยงานที่เข้าร่วมทยอยชำระค่าบริการในระยะยาว ช่วยลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้น มุ่งนำร่องในกรุงเทพมหานครและพื้นที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครอบคลุมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา การปรับปรุงระบบไฟฟ้าในโรงเรียน สถานพยาบาล สำนักงานเขต และไฟส่องสว่างสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว

จับมือกรุงไทย หนุนตลาดคาร์บอน

ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ลงนามความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย เพื่อจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมของประเทศไทย (Thailand Just Transition Roadmap) โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนระยะแรก 20 ล้านบาท เพื่อศึกษามาตรการและกลไกทางการเงินช่วยให้ SMEs แรงงาน เกษตรกร และชุมชนปรับตัวต่อเทคโนโลยีสะอาดและมาตรฐานเศรษฐกิจใหม่
 

นอกจากนี้ยังมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปตท. และธนาคารกรุงไทย ภายใต้โครงการ I-SPARK เพื่อศึกษากลไกระดมทุนแบบผสมผสานและพัฒนาคาร์บอนเครดิต นำร่องอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในจังหวัดระยอง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาตลาดคาร์บอนให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

“รัฐบาลมุ่งเปลี่ยนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับการดูแล SMEs แรงงาน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว