thansettakij
thansettakij
น้ำท่วมลามห่วงโซ่อุปทาน ส.อ.ท.ห่วงเสียหายทะลุ 1 แสนล้าน จี้รัฐเร่งอัดสินเชื่อช่วย SMEs

น้ำท่วมลามห่วงโซ่อุปทาน ส.อ.ท.ห่วงเสียหายทะลุแสนล้าน จี้รัฐอัดสินเชื่อ SMEs

09 ต.ค. 69 | 10:11 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ต.ค. 69 | 10:15 น.

ส.อ.ท.เตือนน้ำท่วมเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจแสนล้าน โรงงาน 2,000 รายใน 14 จังหวัดเร่งฟื้นกำลังผลิต ชงรื้อภาษีสรรพสามิตรถยนต์ สร้างความเป็นธรรมรถผลิตในไทย-รถนำเข้ หนุนชิ้นส่วนในประเทศ

KEY

POINTS

  • สถานการณ์อุทกภัยในภาคกลางและตะวันออกส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการราว 2,000 ราย ทำให้การผลิตและการขนส่งในห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินว่าหากภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท
  • ส.อ.ท. เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการทางการเงิน โดยเฉพาะการให้สินเชื่อที่เข้าถึงง่าย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า จะดำเนินการเร่งติดตามปัญหา และผลักดันการแก้ไขอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงเร่งฟื้นฟูโรงงานจากอุทกภัย รักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน โดยส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญของประเทศ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 รายใน 14 จังหวัด ทั้งจากความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านการเดินทางและการขนส่ง ส่งผลให้การผลิตและการส่งมอบสินค้าหยุดชะงัก

ห่วงน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจแสนล้าน

ผลกระทบยังขยายวงไปถึงผู้ประกอบการนอกพื้นที่ประสบภัยในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเกษตรแปรรูป วัสดุก่อสร้าง สุขภาพและความงาม พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ โดย ส.อ.ท. ประเมินว่า หากภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท 

ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูกิจการ และความเสี่ยงต่อการรักษาคำสั่งซื้อและการจ้างงาน สะท้อนให้เห็นว่าอุทกภัยไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะโรงงานในพื้นที่ประสบภัย แต่ยังกระทบต่อระบบการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room ภายใต้กรอบ Response–Rescue–Recovery เพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการ รวมถึงประสานจัดหาพื้นที่รองรับขยะจากอุทกภัย และเตรียมความพร้อมของพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

น้ำท่วมลามห่วงโซ่อุปทาน ส.อ.ท.ห่วงเสียหายทะลุ 1 แสนล้าน จี้รัฐเร่งอัดสินเชื่อช่วย SMEs

 

ซึ่งจะความสำคัญของระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า การจัดการขยะจากอุทกภัย และการเตรียมความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีเงินทุนสำรองจำกัด กำลังเผชิญภาระต้นทุนจากความเสียหายต่อเครื่องจักรและสถานประกอบการ ควบคู่กับข้อจำกัดด้านการผลิตและการขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย ทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ วงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มโอกาส SMEs เข้าถึงแหล่งเงิน

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้ร่วมมือกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนทางธุรกิจได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

“การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการเยียวยาความเสียหาย การเติมสภาพคล่อง และการเร่งคืนกำลังการผลิต โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วและตรงจุด ลดผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต และรักษาความต่อเนื่องของภาคธุรกิจ”

ชงรื้อภาษีสรรพสามิตรถยนต์

นางพิมพ์ใจ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นอีกหนึ่งภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการหยุดชะงักของระบบขนส่ง ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดรถยนต์ในประเทศที่ซบเซา โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion และเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศไทย มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงกว่า 90% และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs จำนวนมากในห่วงโซ่อุปทาน

การจำหน่าย และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของฐานการผลิต การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นตลาดภายในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

สำหรับข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่กับมาตรการสินเชื่อ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงรถยนต์ใหม่ พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และพิจารณาแนวทางการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 6 ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและความพร้อมของผู้ประกอบการ

ส.อ.ท. เสนอข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกากอุตสาหกรรม รวม 11 ประเด็น เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพ ลดภาระและความซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยเสนอให้พัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัล (e-License) ผลักดันแนวทาง End of Waste เพื่อส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ และสนับสนุนพื้นที่นำร่อง Sandbox มาบตาพุด เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรมจะพิจารณายกระดับระบบกำกับดูแลและกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม เพื่อป้องปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เกี่ยวกับการติดตามเส้นทางการเงิน ตลอดจนการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัลและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การใช้หินฝุ่นทดแทนทรายธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน

นอจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางขับเคลื่อนและแก้ไขข้อจำกัดของอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
  • การผลักดันโครงการ Buy Thai
  • การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย
  • การยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT)
  • การเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย
  • การปรับปรุงกฎหมายแร่และกระบวนการอนุญาต