thansettakij
thansettakij
กรมโรงงานฯ สั่งปิดโรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรีเพิ่ม หลังพบฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบหลอมโลหะ

กรมโรงงานฯ สั่งปิดโรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรีเพิ่ม หลังพบฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบหลอมโลหะ

15 ต.ค. 69 | 09:45 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ต.ค. 69 | 09:48 น.

กรมโรงงานอุตสาหกรรมเอาจริง สั่งหยุดกิจการโรงงานเอ็มวาย เมทัล ชั่วคราว พบลักลอบบดย่อย-หลอมโลหะ ฝ่าฝืนคำสั่งรัฐ ระบุไม่แก้ไขตามคำสั่ง

KEY

POINTS

  • กรมโรงงานอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานรีไซเคิล "บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด" ในจังหวัดปราจีนบุรีเพิ่มเติม
  • สาเหตุมาจากการตรวจสอบพบว่าโรงงานเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งเดิม และยังคงลักลอบประกอบกิจการหลอมโลหะจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • การกระทำผิดยังรวมถึงการขยายโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายการตั้งโรงงานโดยผิดกฎหมาย

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีไปแล้ว รวม 3 โรงงาน ประกอบด้วย 

  • บริษัท จี.เค.ซี. รีไซเคิล จำกัด สาขากบินทร์บุรี ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี จำนวน 1 โรงงาน 
  • บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 1 โรงงาน และโรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 1 โรงงาน 

ซึ่งจะเดินหน้าปราบปรามเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง โดยจะไม่ละเว้นแก่ผู้ประกอบการที่เจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ จากการสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานดังกล่าว การตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่องยังพบอีกหนึ่งโรงงานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการประกอบกิจการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงาน บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ประกอบกิจการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาผ่านกรรมวิธีถอดแยก บดย่อย และหลอมหล่อ เพื่อนำโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ตั้งอยู่ในตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ พบการกระทำความผิดโดยลักลอบขยายกำลังแรงม้าเครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการติดตั้งเครื่องจักรเพื่อประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในอาคารหลายหลังในพื้นที่บริเวณดังกล่าว

อีกทั้งพบการประกอบกิจการในส่วนขยายโรงงานโดยไม่แจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที พร้อมทั้งอายัดวัตถุอันตรายไว้ทั้งหมด และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต

ไม่ปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่ง

ล่าสุด (14 ตุลาคม 2569) กรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อติดตามการปฏิบัติตามคำสั่ง พบพฤติการณ์เจตนาฝ่าฝืนอย่างชัดเจน โดยบริษัทฯ ไม่ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง นอกจากนี้ ในพื้นที่อาคารอีกหลายหลัง ยังพบร่องรอยการลักลอบประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องจักรและมีวัตถุอันตรายเปลี่ยนแปลงไปจากที่อายัดไว้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เข้าข่ายเป็นการตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต 

กรมโรงงานฯ สั่งปิดโรงงานรีไซเคิลปราจีนบุรีเพิ่ม หลังพบฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบหลอมโลหะ

 

พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเจตนาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ประชาชนและชุมชนใกล้เคียง กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว และเร่งปรับปรุงแก้ไขการประกอบกิจการโรงงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

พร้อมอาศัยอำนาจตามาตรา 37 วรรคสอง ขออนุมัติจากผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผูกมัดประทับตราเครื่องจักร ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรลักลอบประกอบกิจการในระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง เพื่อหยุดยั้งความเสี่ยงและป้องกันเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที และหากไม่ปรับปรุงแก้ไขตามสั่ง จะใช้มาตรการสั่งหยุดประกอบกิจการโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม