
กรอ.จ่อคุม ‘Data Center’ เข้าบัญชีโรงงาน 108 เพิ่มกฎ รง.4-EIA สกัดผลกระทบชุมชน
จ่อคุม Data Center เป็นโรงงาน 108 กรอ.เร่งศึกษาผลกระทบชุมชน เพิ่มกฎ รง.4-EIA-ความปลอดภัย สร้างเกราะคุมความเสี่ยง ลุ้นข้อสรุปในไม่กี่เดือน
KEY
POINTS
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กำลังพิจารณาแนวคิดที่จะจัดให้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เป็นโรงงานประเภท 108
- การควบคุมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลให้ชัดเจน และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
- หากถูกจัดเป็นโรงงาน ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. โรงงาน ซึ่งรวมถึงการขอใบอนุญาต (รง.4) และการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
- ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลและศึกษาความเป็นไปได้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
จากกรณีคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้า เซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์ มีแนวคิดที่จะกำหนดให้เพิ่มบัญชีกิจการดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เป็นประเภทโรงงานอุตสาหกรรมประเภทหนึ่ง โดยเป็นโรงงานลำดับที่ 108
และต่อไปต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้ชัดเจน และป้องกันผลกระทบและความเสี่ยงที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ต่อเรื่องดังกล่าวนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน 100% เกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาให้ธุรกิจ Data Center เข้าข่ายเป็นโรงงานประเภท 108 ตามกฎหมายโรงงานนั้น แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาในทุกมิติ
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตีความว่า Data Center มีองค์ประกอบที่เข้าข่ายเป็นโรงงานหรือไม่ เพราะเป็นธุรกิจมีระบบผลิตไฟฟ้าสำรอง (Generator) เพื่อหล่อเลี้ยงการจ่ายไฟ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
สำหรับปัจจุบันโรงงานประเภท 108 หมายถึงกิจการที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการด้านดิจิทัลหรือศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหาก Data Center ถูกกำหนดให้เป็นโรงงานประเภทดังกล่าวนี้ ผู้ประกอบการจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน ทั้งในด้านการขออนุญาตจัดตั้ง รง.4 การควบคุมด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม EIA และการตรวจสอบตามกฎหมาย
อย่างไรก็ดี หากผลการศึกษาพบว่า ควรจัดให้ Data Center อยู่ในบัญชีโรงงานประเภท 108 จะต้องดำเนินการโดยนำเรื่องเข้า ครม. เพื่อรับทราบ และออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มประเภทกิจการดังกล่าวเข้าไปในบัญชีโรงงาน ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย
ส่วนการตัดสินใจว่าจะเข้าข่ายโรงงานหรือไม่นั้นยังไม่ใช่ประเด็นว่าใครจะเป็นผู้ตัดสิน แต่เป็นการพิจารณาจากเหตุผลและข้อมูลทางวิชาการเป็นสำคัญ ทั้งจากกรมโรงงานฯ เองและข้อมูลกับทางสภาพัฒน์
ขณะนี้กรอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันจัดทำข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ได้ข้อสรุปเร็วที่สุด เนื่องจากยังคงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อสังคม ซึ่งคาดว่าการศึกษาจะใช้เวลาไม่นาน และน่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในไม่กี่เดือน







