thansettakij
thansettakij
น้ำท่วมกระทบธุรกิจ 4,635 แห่ง เสียหาย 1.8 หมื่นล้าน ชลบุรีหนักสุด

น้ำท่วมกระทบธุรกิจ 4,635 แห่ง เสียหาย 1.8 หมื่นล้าน ชลบุรีหนักสุด

14 ต.ค. 69 | 04:14 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ต.ค. 69 | 04:18 น.

เปิดความเสียหายน้ำท่วมภาคธุรกิจ 59 จังหวัด ชลบุรีอ่วมหนัก มูลค่าพุ่งเกือบ 1.8 หมื่นล้าน กระทรวงอุตสาหกรรมเผย 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

KEY

POINTS

  • อุทกภัยส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการ 4,635 แห่งใน 59 จังหวัด โดยประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท
  • จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด โดยมีมูลค่าความเสียหายสูงสุดถึง 17,896.67 ล้านบาท
  • ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการและการซ่อมแซมเครื่องจักร

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยสถานการณ์ผลกระทบจากอุทกภัย ว่า ข้อมูลศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) วันที่ 13 ต.ค. 2569 เวลา 15.00 น. พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,635 ราย ใน 59 จังหวัด ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 18,205.63 ล้านบาท แบ่งเป็นสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 17,845.69 ล้านบาท และนอกนิคมอุตสาหกรรม 359.94 ล้านบาท โดยจังหวัดชลบุรีมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด 17,896.67 ล้านบาท

จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง ปราจีนบุรี และชลบุรี ในจำนวนนี้เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) โรงงานอุตสาหกรรม และวิสาหกิจชุมชน สะท้อนแรงกดดันต่อภาคธุรกิจทั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูทั้งการผลิตและสภาพคล่องเพื่อให้กลับมาดำเนินกิจการได้

77.6% ต้องการความช่วยเหลือด่วน

ทั้งนี้ CMC ทำการประเมินความเร่งด่วนไปแล้ว พบผู้ประกอบการ 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยความต้องการอันดับแรกคือ เงินทุนฟื้นฟูกิจการ รองลงมา เป็นการแก้ไขความเสียหายของธุรกิจโดยรวมและการซ่อมแซมเครื่องจักร

น้ำท่วมกระทบธุรกิจ 4,635 แห่ง เสียหาย 1.8 หมื่นล้าน ชลบุรีหนักสุด

 

ด้านมาตรการทางการเงิน SME D Bank ดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน มีผู้เข้าร่วม 539 ราย วงเงินรวม 1,807.32 ล้านบาท ควบคู่กับสินเชื่อ DIPROM Pay วงเงิน 50 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐเป็นเวลา 3 เดือน

รวมถึงเร่งประสานการซ่อมแซมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และอาคาร ตลอดจนตรวจสอบความปลอดภัยของโรงงานหลังน้ำลด โดยเฉพาะสถานประกอบการที่จัดเก็บหรือใช้สารเคมีอันตรายในพื้นที่เสี่ยง