
นิคมลาดกระบัง-บางชันน้ำท่วมสูง 50 ซม. เร่งสูบระบาย หวั่นกระทบฐานผลิตอุตสาหกรรม
น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง-บางชันสูงเกือบ 50 ซม. หลังฝนตกสะสม 4-5 วัน กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งเร่งระบาย ชี้ยังไม่พบความเสียหายโรงงาน
KEY
POINTS
- เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและบางชัน ระดับน้ำสูง 20-50 ซม. ซึ่งมีสาเหตุจากฝนตกหนักสะสม
- การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่
- เบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายเชิงเศรษฐกิจหรือความเสียหายต่อโรงงานในส่วนสำคัญ แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- การระบายน้ำต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน โดย กนอ. พร้อมเข้าช่วยเหลือ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ว่า ปัจจุบันพบน้ำท่วมขังในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม โดยมีระดับน้ำสูงตั้งแต่ประมาณ 20 เซนติเมตร ถึงเกือบ 50 เซนติเมตร
ขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลกำลังลดลง ไม่ใช่น้ำทะเลหนุนสูง จึงต้องฉวยโอกาสนี้เร่งระบายน้ำออกจากทุกพื้นที่
สถานการณ์น้ำต่างจากปี 54
สถานการณ์ครั้งนี้มีความแตกต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 54 เนื่องจากในปี 54 เป็นมวลน้ำหลากมาจากทางภาคเหนือไหลลงมาท่วมพื้นที่ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมา แต่ละนิคมอุตสาหกรรมได้ดำเนินการสร้างคันกั้นน้ำรอบพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้วทุกแห่ง
แต่สำหรับสถานการณ์ในช่วง 4–5 วันที่ผ่านมา เกิดจากสภาวะหย่อมความกดอากาศต่ำแช่ตัวในกรุงเทพ ไม่เคลื่อนตัวออกไปทำให้เกิดฝนตกหนักสะสม และขังอยู่ในพื้นที่ตัวนิคมอุตสาหกรรมโดยตรง อย่างไรก็ตาม จากรายงานเบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายเชิงเศรษฐกิจในนิคมฯหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมในส่วนสำคัญ แม้จะมีน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่ส่วนกลางบ้าง แต่ยังไม่เข้าถึงจุดสำคัญ
โดยผู้ว่าการ กนอ. ได้จัดเตรียมกระสอบทรายและมาตรการป้องกันพื้นที่ของแต่ละโรงงานไว้แล้ว ทั้งนี้ หากมีประเด็นความเสียหายเกิดขึ้น ทาง กนอ. พร้อมที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนและดูแลทันที
ระบายน้ำต้องไม่กระทบชุมชน
การสูบระบายน้ำออกจากนิคมฯ ไปยังลำคลองและทางระบายน้ำ ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนโดยรอบด้วย เนื่องจากประชาชนก็ประสบปัญหาน้ำท่วมจากปริมาณฝนที่ตกหนักเช่นกัน ได้กำชับให้ผู้ว่าการ กนอ. เข้าไปดูแลชุมชนรอบนิคมฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งในนิคมฯ บางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่เป็นนิคมเทคโนโลยีสูง (Hi-Tech) มีความจำเป็นต้องปกป้องระดับน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมไว้ แต่หากการสูบน้ำออกส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน กนอ.ก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
อย่างไรก็ดี หากภามว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าห่วงแล้วใช่หรือไม่ มองว่าตราบใดที่สภาพอากาศยังครึ้มฝนก็ยังไม่สามารถประมาทได้ เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้อัตราการระเหยของน้ำไปก่อตัวเป็นเมฆเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามการเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆล่าสุด พบว่าเริ่มเคลื่อนตัวไปทางตอนเหนือของประเทศไทยแล้ว และคาดว่าภายใน 1–2 วันจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยออกไป ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่าปริมาณฝนในพื้นที่น่าจะเบาลง







