thansettakij
thansettakij
อัปเดตน้ำท่วมนิคมฯ ‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ เฟส 8 ยังท่วม 27 ซม. เฝ้าระวังน้ำไหลเข้าพื้นที่

อัปเดตน้ำท่วมนิคมฯ ‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ เฟส 8 ยังท่วม 27 ซม. เฝ้าระวังน้ำไหลเข้าพื้นที่

05 ต.ค. 69 | 09:36 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 09:36 น.

กนอ.อัปเดตน้ำท่วม ‘อมตะซิตี้ ชลบุรี’ ระดับน้ำลดต่อเนื่อง เฟส 8 ยังสูง 27 เซนติเมตร เฝ้าระวังน้ำไหลเข้าพื้นที่ เดินหน้าเร่งฟื้นเฟส 10 พร้อมยกระดับแผนรับมือน้ำรอบใหม่

KEY

POINTS

  • นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในเฟส 7-10 โดยมีระดับน้ำเฉลี่ย 15-27 เซนติเมตร แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลเข้าท่วมซ้ำ
  • มีการใช้รถดับเพลิงฉีดพ่นน้ำผสมจุลินทรีย์ (EM) เพื่อกำจัดและลดปัญหากลิ่นเหม็นในพื้นที่น้ำท่วม
  • กนอ. สั่งการให้นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในอนาคต

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์น้ำต่อนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ว่า นิคมฯที่ยังคงมีน้ำท่วมขังคือนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยระดับน้ำในแต่ละเฟส มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระดับน้ำเฉลี่ยล่าสุดในเฟส 7-10 นั้น พบว่า มีน้ำท่วมขังเล็กน้อยในบางพื้นที่ มีระดับน้ำเฉลี่ย 15-27 เซนติเมตร โดยเฟสที่ 10 อยู่ระหว่างกระบวนการเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ 

สำหรับการดำเนินการระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขังปัจจุบัน เครื่องสูบน้ำทุกเครื่องสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ยานพาหนะขนาดใหญ่สามารถสัญจรได้ 

นอกจากนี้ ได้เร่งบูรณาการรถดับเพลิงฉีดพ่นน้ำผสมจุลินทรีย์ (EM) เพื่อกำจัดและลดปัญหากลิ่นเหม็นในพื้นที่ระยะที่ 7, 8 และ 9 ทั้งนี้ กนอ. ยังคงติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่พื้นที่ พร้อมทั้งเร่งระบายน้ำออกสู่คลองสาธารณะอย่างเต็มกำลัง

เตรียมรับน้ำท่วมระยะต่อไป

ขณะที่การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในระยะต่อไป ได้สั่งการไปยังนิคมฯทั่วประเทศที่มีความเสี่ยงต่อสถานการณ์อุทกภัย ให้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด 

รวมถึงได้จัดทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ให้เตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำ เช่น การจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันขั้นพื้นฐาน แท่งแบริเออร์ กระสอบทราย การจัดหาและตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำสำรอง 

 

การตรวจสอบสภาพคันดิน การพร่องน้ำ เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที