thansettakij
thansettakij
เปิดแนวคิด “ประกันลูกเนรคุณ” รับมือความเสี่ยงละเมิดสิทธิผู้สูงอายุ ชู 8 ความคุ้มครอง

เปิดแนวคิด “ประกันลูกเนรคุณ” รับมือความเสี่ยงละเมิดสิทธิผู้สูงอายุ ชู 8 ความคุ้มครอง

13 ต.ค. 69 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ต.ค. 69 | 08:21 น.

อาจารย์ทอมมี่-นายพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย เสนอแนวคิดประกันภัยสมมติ ครอบคลุมค่าทนายความ ปกป้องทรัพย์สิน และฟื้นฟูสุขภาพ สะท้อนช่องโหว่ระบบคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุไทย

KEY

POINTS

  • เสนอแนวคิด “ประกันลูกเนรคุณ” เพื่อเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการเงินให้ผู้สูงอายุที่ถูกละเมิดสิทธิ เช่น ถูกพาตัวไปโดยไม่สมัครใจ หรือถูกจำกัดเสรีภาพ
  • ชูความคุ้มครอง 8 ด้าน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ค่าสืบสวน ค่ารักษาพยาบาล การปกป้องทรัพย์สิน และการประเมินสุขภาพจิตโดยแพทย์อิสระ
  • ย้ำว่าเป็นเพียงแนวคิดเชิงวิชาการที่ยังไม่มีจำหน่ายจริง เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นช่องโหว่และพัฒนาระบบคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จากกรณีข่าวผู้สูงอายุร้องเรียนว่าถูกนำตัวไปอยู่ในสถานดูแลโดยไม่สมัครใจ จุดประเด็นให้สังคมหันมาพิจารณาความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการตัดสินใจของผู้สูงอายุ ล่าสุด อาจารย์ทอมมี่ หรือนายพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย เสนอแนวคิดเชิงวิชาการ “ประกันลูกเนรคุณ” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิและข้อจำกัดในการเข้าถึงความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้สูงอายุไม่สามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่

อาจารย์ทอมมี่ระบุว่า โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงการทำประกันภัย คนส่วนใหญ่มักนึกถึงอุบัติเหตุ โรคร้ายแรง น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการโจรกรรม แต่ยังมีความเสี่ยงอีกประเภทที่ควรพิจารณา นั่นคือสถานการณ์ที่บุคคลถูกจำกัดเสรีภาพ หรือสิทธิในการตัดสินใจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จิตใจ และทรัพย์สิน

ในมุมมองของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่รวมถึงประสิทธิภาพของระบบป้องกันความเสี่ยง ตั้งแต่ขั้นตอนการรับส่งผู้สูงอายุ การรับเข้าพักในสถานดูแล การกำกับมาตรฐานสถานประกอบการ ตลอดจนช่องทางร้องเรียนและกระบวนการยุติธรรม

เสนอประกันภัยสมมติ ช่วยเหลือเมื่อถูกละเมิดสิทธิ

จากข้อสังเกตดังกล่าว อาจารย์ทอมมี่เสนอแนวคิดผลิตภัณฑ์ประกันภัยสมมติชื่อ “ประกันลูกเนรคุณ” โดยมองว่าประกันภัยอาจเป็นกลไกสนับสนุนเพิ่มเติมในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อผู้ประสบเหตุไม่สามารถเข้าถึงเงินหรือขอความช่วยเหลือด้วยตนเองได้

แนวคิดนี้ประกอบด้วยความคุ้มครอง 8 ด้าน ได้แก่

1. บริการตรวจสอบความปลอดภัย โทรศัพท์หรือวิดีโอคอลตามรอบที่กำหนด เพื่อตรวจสอบว่ายังสามารถติดต่อผู้เอาประกันและสื่อสารได้อย่างอิสระหรือไม่

2. ค่าใช้จ่ายช่วยเหลือกรณีถูกพาตัวหรือกักขังโดยมิชอบ สนับสนุนการประสานงานฉุกเฉินและค่าทนายความเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

3. ค่าใช้จ่ายในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง สนับสนุนการรวบรวมหลักฐาน ติดตามผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบเหตุการณ์

4.ค่าตรวจประเมินสุขภาพจิตโดยแพทย์อิสระ เปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันได้รับการประเมินอย่างเป็นกลาง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเอง

5. ค่าทนายความและค่าดำเนินคดี สำหรับการร้องทุกข์ ปกป้องสิทธิ และเรียกร้องค่าเสียหายตามกระบวนการทางกฎหมาย

6.ค่ารักษาพยาบาลและฟื้นฟูสุขภาพ กรณีได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครอง

7.ค่าใช้จ่ายปกป้องทรัพย์สินและมรดก สนับสนุนการตรวจสอบเอกสารและธุรกรรมที่น่าสงสัย รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายเพื่อป้องกันหรือเรียกคืนทรัพย์สิน

8. ความคุ้มครองธุรกิจหยุดชะงักและการแทรกแซงกิจการโดยมิชอบ ชดเชยความเสียหายทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้ตามเงื่อนไข พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาการดำเนินงานและปกป้องกิจการ

หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้คือ การให้ผู้เอาประกันสามารถแต่งตั้งผู้ประสานงานอิสระไว้ล่วงหน้า และกำหนดกลไกเริ่มต้นให้ความช่วยเหลือเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย โดยไม่ต้องรอให้ผู้เอาประกันสามารถออกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเองก่อน

เปิดโมเดลประกันลักพาตัวของต่างประเทศ

อาจารย์ทอมมี่ระบุว่า ในต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์ Kidnap & Ransom Insurance หรือประกันภัยการลักพาตัวและเรียกค่าไถ่ ซึ่งอาจครอบคลุมความเสี่ยงจากการข่มขู่กรรโชก การกักขังโดยมิชอบ การหายตัวไป ตลอดจนบริการจัดการวิกฤต ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ค่ารักษาพยาบาล และความเสียหายจากธุรกิจหยุดชะงักตามเงื่อนไขกรมธรรม์

อย่างไรก็ตาม แนวคิด “ประกันลูกเนรคุณ” เป็นการนำหลักการบริหารความเสี่ยงดังกล่าวมาประยุกต์กับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการตัดสินใจ เสรีภาพ และผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินของผู้สูงอายุ โดยมุ่งให้มีช่องทางช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิ

โจทย์ใหญ่คำนวณเบี้ยประกัน 

ในทางคณิตศาสตร์ประกันภัย การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความท้าทาย เนื่องจากต้องประเมินทั้งโอกาสเกิดเหตุการณ์และระดับความเสียหาย แต่ข้อมูลที่ใช้คำนวณอาจไม่ครบถ้วน เพราะบางกรณีไม่เคยมีการแจ้งความ ไม่ปรากฏเป็นข่าว หรือผู้เสียหายมีข้อจำกัดในการร้องเรียน

นอกจากนี้ ยังต้องประเมินต้นทุนการติดตามตัว ค่าทนายความ ค่าดำเนินคดี ค่าแพทย์ และความเสียหายต่อกิจการ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี รวมถึงต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากการแจ้งเหตุเท็จและการคัดเลือกรับประกันภัย

การกำหนดเกณฑ์รับประกันต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ หรือด่วนสรุปว่ามีการละเมิดสิทธิโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง (ภาพนี้สร้างโดย AI)

ประกันภัย ไม่ใช่ทำหน้าที่แทนรัฐ

อาจารย์ทอมมี่มองว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุย่อมเพิ่มขึ้น การเติบโตของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจึงต้องมาพร้อมกับระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ทั้งการตรวจสอบความยินยอม การคุ้มครองสิทธิ การติดตามมาตรฐานหลังได้รับใบอนุญาต ช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงได้จริง และการตรวจสอบกระบวนการรับส่งผู้สูงอายุ

สำหรับกรณีที่กำลังเป็นข่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระบวนการยุติธรรมจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักฐานและกระบวนการตามกฎหมาย ไม่ด่วนสรุปก่อนข้อเท็จจริงปรากฏ และไม่เหมารวมผู้สูงอายุ ผู้ดูแล หรือผู้ประกอบการสถานดูแลทั้งหมดจากเหตุการณ์เฉพาะกรณี

ทั้งนี้ ประกันภัยเป็นเพียงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ไม่สามารถทดแทนหน้าที่ของตำรวจ ศาล หรือหน่วยงานกำกับดูแลได้ ผู้สูงอายุทุกคนควรได้รับความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิ ไม่ว่าจะมีกำลังซื้อประกันภัยหรือไม่ก็ตาม

อาจารย์ทอมมี่เน้นย้ำว่า “ประกันลูกเนรคุณ” เป็นเพียงแนวคิดเชิงวิชาการที่ต้องการสะท้อนช่องโหว่ของระบบคุ้มครองผู้สูงอายุ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีจำหน่ายจริงหรือได้รับอนุมัติแล้ว โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่การทำให้ประชาชนต้องซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากคนใกล้ตัว แต่คือการพัฒนาระบบคุ้มครองสิทธิให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันการละเมิดสิทธิ และช่วยเหลือผู้สูงอายุได้อย่างทั่วถึง