
นายกฯ สั่งทุกจังหวัดรับมือฝนระลอกใหม่ เร่งเยียวยาน้ำท่วม–ฟื้นฟูพื้นที่
อนุทิน สั่งทุกจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้ประชาชนกลับเข้าบ้านอย่างปลอดภัย เร่งส่งรายชื่อผู้ประสบภัยรับเงินเยียวยา พร้อมกำชับเฝ้าระวังภาคใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ใกล้ชิด
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักระลอกใหม่
- เร่งรัดกระบวนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยให้จังหวัดสำรวจและส่งรายชื่อผู้มีสิทธิ์ไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยเร็วที่สุด
- กำชับให้การช่วยเหลือต้องครอบคลุมการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ทั้งการจัดการขยะ การซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และทำให้ประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัยได้อย่างปลอดภัย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งในสถานที่และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนว่า ขณะนี้เป็นช่วงเตรียมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ จึงต้องอาศัยข้อมูลจากทุกหน่วยงานและประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลด–จ่ายเงินเยียวยาให้เร็ว
นายกรัฐมนตรีกำชับว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต้องครอบคลุมตั้งแต่การทำให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย การจัดการขยะ การฟื้นฟูระบบน้ำประปาและไฟฟ้า ตลอดจนการทำให้เส้นทางคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคกลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงการเร่งให้ประชาชนเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้โดยเร็ว
พร้อมสั่งการให้จังหวัดที่มีประชาชนเข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา เร่งสำรวจและส่งรายชื่อผู้มีสิทธิไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างรอบด้าน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
เตรียมงบรับมือภัยธรรมชาติ ขยายระบบระบายน้ำ
นายอนุทิน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องเตรียมทรัพยากรและงบประมาณล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันภัยธรรมชาติและลดผลกระทบต่อประชาชน
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย และมีแนวทางขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่อื่น รวมถึงภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำหลาก
ทั้งนี้ การติดตามและแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่องช่วยให้ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุม แม้บางพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการป้องกันล่วงหน้า พร้อมจัดความช่วยเหลือให้ประชาชนได้ทันทีหากมีฝนตกเพิ่มขึ้น
สั่งกระจายผู้ป่วย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ไปโรงพยาบาลที่พร้อม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขวางแผนส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปยังโรงพยาบาลอื่นในจังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงโรงพยาบาลค่ายทหารและโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพที่มีศักยภาพรองรับผู้ป่วย
โดยให้กระจายผู้ป่วยตามความพร้อมของแต่ละสถานพยาบาล ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจักรพงษ์เพียงแห่งเดียว เพื่อลดความจำเป็นในการเปิดโรงพยาบาลสนาม ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณเพิ่มเติม พร้อมให้คำนึงถึงความพร้อมด้านเวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ และศักยภาพในการดูแลรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
.







