
คนไทยอ่วมแบกค่าใช้จ่ายครัวเรือน ทะลุ 2.1 หมื่น/เดือน เหตุค่าเดินทาง-อาหารแพง
สนค. เผยค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทย 9 เดือนแรกปี 69 เฉลี่ยพุ่ง 21,217 บาท/เดือน เหตุราคาน้ำมันแพงดันค่าเดินทางและอาหารสำเร็จรูปพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนต้องรัดเข็มขัด ลดซื้อสินค้าไม่จำเป็นเพื่อรักษาสภาพคล่อง จับตาปลายปีเสี่ยงผันผวนต่อจากฤดูกาลท่องเที่ยวและพิษน้ำท่วม
KEY
POINTS
- ค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เฉลี่ยสูงถึง 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 1.6% จากปีก่อนหน้า
- สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายหมวดการเดินทางและขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ประชาชนปรับพฤติกรรมด้วยการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เช่น ค่าเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และค่าไฟฟ้า เพื่อรักษาสภาพคล่อง
- แนวโน้มค่าใช้จ่ายยังคงทรงตัวในระดับสูงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและปัจจัยเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจกระทบราคาพืชผล
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ภาพรวมค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) อยู่ที่เฉลี่ย 21,217 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 326 บาท หรือประมาณ 1.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 20,891 บาทต่อเดือน
โดยแรงกดดันหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร ตามทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่ค่าอาหารสำเร็จรูปปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการผลิตและการขนส่ง
หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุดที่ 4,895 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 228 บาท จากปีก่อน คิดเป็น 23.07% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด สะท้อนผลกระทบจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานในตลาดโลก
ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8,342 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 118 บาท โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปอยู่ที่ 3,528 บาท เพิ่มขึ้น 93 บาท จาก 3,435 บาท สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกอาหารปรุงสำเร็จและอาหารนอกบ้านมากขึ้น เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา
ส่วนวัตถุดิบอาหารสดบางกลุ่มกลับปรับลดลง โดยค่าใช้จ่ายเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ อยู่ที่ 1,536 บาท ลดลง 15 บาท ขณะที่เครื่องประกอบอาหารอยู่ที่ 252 บาท ลดลง 6 บาท
สินค้าแพงประชาชนรัดเข็มขัด
ด้านหมวดเคหสถานมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,117 บาทต่อเดือน ลดลง 17 บาท โดยมีปัจจัยจากค่าไฟฟ้าที่ปรับลดลงตามมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ขณะที่สินค้าที่ไม่จำเป็นหรือสามารถชะลอการซื้อได้ก็มีแนวโน้มลดลง ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล 1,327 บาท ลดลง 5 บาท เสื้อผ้าและรองเท้า 444 บาท ลดลง 4 บาท และยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 250 บาท ลดลง 1 บาท
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าครัวเรือนบางส่วนเริ่มปรับพฤติกรรมด้วยการลดหรือชะลอการใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็นเพื่อรักษาสภาพคล่อง และจัดสรรรายได้ไปยังค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันมากขึ้น
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่มขึ้นยังมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งกระทบต่ออุปทานพลังงานและทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ก่อนส่งผ่านมายังค่าขนส่ง ค่าเดินทาง และต้นทุนวัตถุดิบอาหาร
จับตาน้ำมัน-ท่องเที่ยวปลายปี ดันค่าใช้จ่ายทรงตัวสูง
สำหรับระยะถัดไป สนค.ประเมินว่าค่าใช้จ่ายครัวเรือนยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง โดยต้องจับตาความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปลายปีที่จะเพิ่มความต้องการใช้พลังงาน และอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
ขณะเดียวกัน สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เนื่องจากความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกอาจกระทบปริมาณผลผลิต โดยเฉพาะผักสด ทำให้ราคามีโอกาสผันผวนและปรับสูงขึ้นในระยะสั้น
นอกจากนี้ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งการซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อซ่อมแซมบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้านที่เสียหาย ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปี
นายนันทพงษ์ ระบุว่า โครงสร้างค่าใช้จ่ายครัวเรือนสะท้อนชัดว่า น้ำมัน การเดินทาง และอาหาร เป็น 3 กลุ่มสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่สามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่งและราคาสินค้าอื่น ๆ ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมยังต้องติดตามทั้งด้านผลผลิต เส้นทางขนส่ง และการกระจายสินค้า ซึ่งอาจทำให้ราคาผักสดและสินค้าเกษตรบางรายการผันผวนในระยะสั้น





