thansettakij
thansettakij
กินเจ 2569 เงินสะพัด 4.69 หมื่นล้าน สูงสุดรอบ 6 ปี เหตุของแพงดันค่าใช่จ่ายสูง

กินเจ 2569 เงินสะพัด 4.69 หมื่นล้าน สูงสุดรอบ 6 ปี เหตุของแพงดันค่าใช่จ่ายสูง

06 ต.ค. 69 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 69 | 09:27 น.

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดเทศกาลกินเจปี 2569 เงินสะพัด 46,913 ล้านบาท เพิ่ม 2.2% สูงสุดรอบ 6 ปี แม้สัดส่วนคนกินเจลดเหลือ 32% เหตุค่าครองชีพสูง-เศรษฐกิจยังชะลอ

KEY

POINTS

  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดการณ์เงินสะพัดช่วงเทศกาลกินเจปี 2569 อยู่ที่ 46,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี
  • สาเหตุหลักที่มูลค่าการใช้จ่ายสูงขึ้นมาจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 7% แม้คนจะระมัดระวังการใช้จ่าย
  • เงินสะพัดเพิ่ม สวนทางผู้ที่ตั้งใจกินเจ ที่ลดลงเหลือ 32% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี โดยให้เหตุผลหลักว่าเศรษฐกิจไม่ดี

6 ตุลาคม 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเทศกาลกินเจปี 2569 ยังคงมีความคึกคักใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย และจำนวนผู้บริโภคที่ตั้งใจกินเจมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ประเมินว่า เทศกาลกินเจปีนี้จะมีเงินสะพัดประมาณ 46,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จาก 45,903 ล้านบาทในปี 2568 และเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 5,576 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจ

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แม้ผลสำรวจบางส่วนสะท้อนว่าประชาชนยังคงระมัดระวังการจับจ่าย แต่การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจยังได้รับแรงหนุนจากความตั้งใจทำบุญและกระแสรักสุขภาพ โดยเฉพาะความสนใจอาหารที่ใช้โปรตีนจากพืช ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการกินเจมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการรับประทานครบทุกมื้อ มาเป็นการเลือกกินเฉพาะบางมื้อมากขึ้น

คนกินเจลดเหลือ 32% ต่ำสุดรอบ 11 ปี

นางสาวอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,230 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21-28 กันยายน 2569 พบว่า ผู้ที่ตั้งใจกินเจมีสัดส่วนเพียง 32% ลดลงจาก 34% ในปี 2568 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี ขณะที่ 68% ระบุว่าไม่กินเจ

สำหรับเหตุผลของผู้ที่ไม่กินเจ พบว่าอันดับหนึ่งเศรษฐกิจไม่ดี 25.8% รองลงมาไม่มีเชื้อสายจีน 14.2% ที่บ้านไม่มีใครกิน 12.3% และอาหารเจมีราคาแพง 11.3% สะท้อนว่าปัจจัยด้านรายได้และค่าครองชีพยังมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

ส่วนผู้ที่เลือกกินเจ เหตุผลหลักมาจากความตั้งใจทำบุญ 19.7% รองลงมาคือกินเฉพาะช่วงเทศกาล 18.3% ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ 15.4% มีกินฟรีที่โรงเจ 10.4% และกินเพื่อสุขภาพ 10.2%

ค่าใช้จ่ายพุ่ง 7% แม้คนระวังเงิน

ผลสำรวจยังพบว่า เมื่อเปรียบเทียบการใช้จ่ายช่วงเทศกาลกินเจกับปีก่อน ผู้บริโภค 49.8% ระบุว่าจะใช้จ่ายใกล้เคียงเดิม ขณะที่ 33% จะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และ 17.2% จะลดการใช้จ่าย ในกลุ่มที่ระบุว่าจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 38.1% มองว่าต้องการประหยัด และ 19.8% มองว่าเศรษฐกิจไม่ดี

โดยภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้กำลังซื้อของประชาชนยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพ แต่ราคาสินค้าที่สูงขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายด้านอาหารและกิจกรรมทำบุญ ยังคงช่วยพยุงมูลค่าตลาดเทศกาลกินเจให้ขยายตัว

“ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยพยุงกำลังซื้อ

สำหรับมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” นายธนวรรธน์มองว่า มีส่วนช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

โดยผลสำรวจผู้ประกอบการพบว่า 62% มองว่าโครงการจะช่วยสนับสนุนการซื้ออาหารเจ ขณะที่ฝั่งผู้บริโภค 26.6% ระบุว่า มาตรการดังกล่าวทำให้มีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับระมัดระวัง โดยประมาณ 49% มองว่าเศรษฐกิจปีนี้แย่กว่าปีก่อน ขณะที่ 36.6% มองว่าใกล้เคียงเดิม และมีเพียง 5.8% ที่มองว่าดีขึ้น