
'ศุภจี' รับข้อเสนอโตโยต้า ลดภาษีนำเข้า-ค่าซ่อมโรงงานถูกน้ำท่วม
"ศุภจี" ลงพื้นที่โรงงานโตโยต้า ติดตามผลกระทบน้ำท่วม ยอดผลิตรถยนต์ค้างสะสม 3 หมื่นคัน เล็งคลอดมาตรการระยะยาว ชงยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร-ลดหย่อนค่าซ่อมโรงงาน อุ้มผู้ประกอบการ
KEY
POINTS
- ภาครัฐรับข้อเสนอจากโตโยต้าเพื่อช่วยเหลือซัพพลายเออร์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
- ข้อเสนอหลักประกอบด้วยการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและชิ้นส่วน และการนำค่าซ่อมแซมโรงงานมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
- ปัญหาน้ำท่วมโรงงานซัพพลายเออร์ส่งผลให้โตโยต้าต้องหยุดการผลิตชั่วคราวในโรงงาน 3 แห่ง และคาดว่ายอดผลิตจะลดลงประมาณ 30,000 คัน
7 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า สำโรง เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ว่า จากการหารือร่วมกับผู้บริหารโตโยต้า พบว่า ตัวโรงงานหลักไม่ได้ได้รับความเสียหายโดยตรง ปัจจุบันมีโรงงานผลิตในประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ สำโรง บ้านโพธิ์ และเกตเวย์
ทั้งนี้ จากการหารือพบว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่ซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางรายได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ ส่งผลให้โตโยต้าจำเป็นต้องหยุดการผลิต ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วน ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะที่ไม่สามารถส่งมอบชิ้นส่วนสำคัญได้ ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ลดลงประมาณ 30,000 คัน
อย่างไรก็ตาม โตโยต้ายังมีฐานการผลิตทั่วโลกและมีสินค้าในสต็อก จึงยังสามารถบริหารจัดการส่งออกไปยังตลาดรองรับได้
ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการดูแลซัพพลายเชนทั้งระบบ โดยในระยะสั้น กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบซัพพลายเออร์ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงประสานนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศเพื่อสำรวจว่ามีผู้ประกอบการรายใดได้รับผลกระทบเพิ่มเติม และเร่งหาแนวทางช่วยเหลือให้สามารถกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน ระหว่างที่ต้องหยุดการผลิต โตโยต้าได้ใช้โอกาสนี้ในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยจัดโปรแกรมพัฒนาและฝึกอบรมทักษะพนักงาน ซึ่งนับเป็นโมเดลต้นแบบที่ภาครัฐตั้งใจจะนำไปขยายผลให้กับโรงงานอุตสาหกรรมแห่งอื่นใช้ปรับตัว
นางศุภจี กล่าวว่า ภาครัฐเตรียมนำข้อเสนอจากโตโยต้า ทั้งการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรใหม่และชิ้นส่วนทดแทนจากต่างประเทศ รวมถึงการนำค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโรงงานและปรับปรุงเครื่องจักรมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยผู้แทนภาครัฐรับปากจะนำเรื่องเข้าสู่การหารือกับกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรโดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน และเร่งฟื้นฟูศักยภาพการผลิตของภาคยานยนต์ให้กลับมาเดินหน้าได้ตามปกติ
ด้านนายสมคิด ประดิษฐกำจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่า ขณะนี้ ประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราวในโรงงานทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สำโรง, เกตเวย์ และบ้านโพธิ์ เนื่องจากซัพพลายเออร์ประมาณ 14 รายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ถูกน้ำท่วมขังสูงถึง 50–70 ซม. จนไม่สามารถผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำคัญอย่างพรมและถุงลมนิรภัยได้ ส่งผลกระทบให้ต้องปรับแก้ปัญหาด้วยการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนบางประเภทจากญี่ปุ่นและเวียดนามเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ จากการหยุดสายการผลิตดังกล่าว ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ค้างสะสมตามแผนประเมินความเสียหายพุ่งสูงถึง 30,000 คัน ซึ่งกระทบต่อการจำหน่ายทั้งในประเทศและสัดส่วนการส่งออก โดยเบื้องต้นโรงงานสำโรงและเกตเวย์ต้องหยุดการผลิตจนถึงวันที่ 10 ของเดือนนี้ ขณะที่โรงงานบ้านโพธิ์คาดว่าจะต้องหยุดยาวถึงวันที่ 18 ซึ่งบริษัทกำลังวางแผนฟื้นฟูเป็น 2 ระยะ คือการเร่งช่วยซัพพลายเออร์กลับมาเปิดโรงงาน และการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตเร่งด่วนเพื่อส่งมอบรถให้ลูกค้า




