thansettakij
thansettakij
เปิดเบื้องหลัง ขอใบอนุญาตโซลาร์เซลล์ 1 MW ใช้เวลากว่า 1 ปี ยุ่งยาก เอกสารเพียบ 

เบื้องหลังขอใบอนุญาตโซลาร์เซลล์ 1 MW ใช้เวลากว่า 1 ปี ยุ่งยาก เอกสารเพียบ 

06 ต.ค. 69 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 69 | 11:05 น.

เปิดเบื้องหลัง ขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์เกิน 1 เมกะวัตต์ ขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน ใช้เอกสารจำนวนมาก อาจใช้เวลานานกว่า 1 ปี เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ต้องรับรองจากวิศวกรหลายสาขา

KEY

POINTS

  • การขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่เกิน 1 เมกะวัตต์ มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน ใช้เอกสารจำนวนมาก และอาจใช้เวลานานกว่า 1 ปี
  • กระบวนการต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น กกพ. และการไฟฟ้าฯ อีกทั้งต้องมีการรับรองจากวิศวกรหลายสาขา ไม่ใช่แค่วิศวกรไฟฟ้า
  • ความซับซ้อนของขั้นตอนทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอใบอนุญาตสูง โดยโครงการขนาดเกิน 1 เมกะวัตต์ อาจมีค่าบริการสูงถึง 1 ล้านบาท

ภายใต้นโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดและการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของไทย ผู้ประกอบการยังเผชิญโจทย์ “ใบอนุญาต” โดยเฉพาะโครงการขนาดกลาง–ใหญ่ที่ต้องผ่านหลายหน่วยงาน ใช้เอกสารและวิศวกรหลายสาขา ขณะที่โครงการเกิน 1 เมกะวัตต์อาจใช้เวลาขออนุญาตนานกว่า 1 ปี และมีค่าใช้บริการดำเนินการสูงถึงราว 1 ล้านบาทต่อโครงการ สะท้อนต้นทุนแฝงที่ต้องเร่งลด หากไทยต้องการผลักดันการลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เติบโตตามเป้าหมาย

นางสาวภัทรภร บุญทะสอน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิริพลังงาน โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ความยุ่งยากของการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ขึ้นอยู่กับ “ขนาด” และ “ประเภท” ของการติดตั้งอย่างชัดเจน โดยหากเป็นบ้านเรือน ขั้นตอนปัจจุบันง่ายขึ้นมาก เพราะสามารถยื่นเรื่องผ่านระบบออนไลน์ และหลักๆ คือการขอขนานไฟกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ตามพื้นที่

แต่เมื่อขนาดการติดตั้งเพิ่มขึ้น ขั้นตอนจะเริ่มซับซ้อนขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะโครงการของโรงงานและภาคธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ได้มีเพียงการขอขนานไฟเท่านั้น แต่ยังต้องเกี่ยวข้องกับใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน รวมถึงการจัดทำเอกสารและการรับรองโดยวิศวกรหลายสาขา โดยค่าบริการเพื่อดำเนินการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดเกิน 1 เมกะวัตต์ อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต่อโครงการ

ใบอนุญาตโซลาร์เซลล์ “กรณีบ้านเรือน”

นางสาวภัทรภรกล่าวว่า สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือน ขนาดประมาณ 1-10 กิโลวัตต์ ขั้นตอนหลักคือการขอใบอนุญาตขนานไฟกับการไฟฟ้า โดยปัจจุบันสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้ ทำให้ขั้นตอนสะดวกขึ้น แต่หากติดตั้งเกิน 10 กิโลวัตต์ขึ้นไป จะต้องพิจารณาน้ำหนักของแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนหลังคาเพิ่มเติม หากน้ำหนักรวมเกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร แต่หากไม่เกินเกณฑ์ดังกล่าว ก็ไม่ต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร 

ใบอนุญาตโซลาร์เซลล์ “กรณีโครงการขนาดใหญ่”

การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจ โรงงาน หรือโครงการที่มีขนาดใหญ่ ความยุ่งยากจะเพิ่มขึ้นตามขนาดและประเภทของโครงการ แม้กรณีที่น้ำหนักรวมของแผงและอุปกรณ์บนหลังคาไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร แต่ยังต้องดำเนินการขอใบอนุญาตอื่น ๆ ตามขนาดของโครงการ

ตัวอย่างเช่น หากมีกำลังการติดตั้งเกิน 200 กิโลวัตต์ จะเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาต พค.2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยเอกสารยังต้องผ่านการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ก่อนส่งกลับมายัง กกพ.อีกครั้ง

นางสาวภัทรภร บุญทะสอน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิริพลังงาน โซลูชั่น จำกัด

สำหรับโครงการมีขนาดเกิน 1 เมกะวัตต์ ขั้นตอนจะเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน ทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การจัดทำรายงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง การขอใบอนุญาตในขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตผลิตพลังงาน การขนานไฟ และการแจ้งเริ่มประกอบกิจการพลังงาน รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เอกสารเยอะ ต้องใช้ “วิศวกรหลายสาขา”

อีกหนึ่งความยุ่งยากสำคัญคือ การขอใบอนุญาตไม่ได้จบเพียงการมีวิศวกรไฟฟ้าควบคุมงานติดตั้ง เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการยื่นขออนุญาตจริง จะมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมหลายด้าน ทั้งวิศวกรรมไฟฟ้า โยธา สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมสาขาอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของโครงการ

นางสาวภัทรภร กล่าวว่า บริษัทผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์บางรายอาจมีบุคลากรที่สามารถควบคุมงานติดตั้งหน้างานได้ แต่ไม่ได้มีวิศวกรครบทุกสาขาที่จำเป็นสำหรับการจัดทำเอกสารขออนุญาต

“ความยากของการทำใบอนุญาตคือเอกสารที่เยอะมาก ทำให้ผู้รับเหมาที่รับติดตั้งอาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ เพราะถ้าไม่ได้ทำบ่อยก็จะไม่ชำนาญในรายละเอียด” นางสาวภัทรภรกล่าว

นอกจากนี้ แต่ละใบอนุญาตยังมีรายการเอกสารและรายละเอียดที่ต้องจัดเตรียมจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีบุคลากรที่ติดตามกระบวนการโดยเฉพาะ แม้ปัจจุบันหลายหน่วยงานจะเริ่มปรับระบบเข้าสู่ช่องทางออนไลน์แล้ว แต่บางขั้นตอนยังต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมให้แก่หน่วยงานในภายหลัง

1 MW ใช้เวลากว่า 1 ปี

นางสาวภัทรภรระบุว่าโครงการขนาดเกิน 1 เมกะวัตต์อาจใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการดำเนินการขอใบอนุญาต และหากผู้ประกอบการเลือกดำเนินการด้วยตัวเอง ระยะเวลาอาจยาวนานกว่านั้น เนื่องจากต้องทำความเข้าใจรายละเอียดเอกสารและขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานด้วยตัวเอง

นอกเหนือจากการขอใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) , การขอขนานไฟ, การแจ้งเริ่มประกอบกิจการพลังงาน และการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาพลังงานแล้ว ยังจะต้องมีการจัดทำรายงาน CoP (Code of Practice)

CoP คือรายงานประมวลหลักการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อโครงการพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศรอบข้าง 

“อุปกรณ์” มีผลต่อการขออนุญาต

ไม่เพียงแต่ขนาดโครงการและเอกสารเท่านั้น อุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะอินเวอร์เตอร์ ซึ่งต้องเป็นรุ่นหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในรายการที่การไฟฟ้ารับรอง (Vendor List) หากไม่อยู่ในรายการที่กำหนด ก็อาจไม่สามารถใช้ประกอบการขออนุญาตได้

เหตุผลสำคัญคือหน่วยงานต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์และรูปแบบการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานและหลักวิศวกรรมที่กำหนด

ค่าบริการสะท้อนความซับซ้อน

จากความยุ่งยากดังกล่าว ทำให้เกิดธุรกิจที่เข้ามารับดำเนินการด้านใบอนุญาตโดยเฉพาะ โดยนางสาวภัทรภร ระบุว่า หากเป็นโครงการขนาดเกิน 1 เมกะวัตต์ และลูกค้าให้บริษัทดำเนินการตั้งแต่การจัดทำแบบไปจนถึงกระบวนการขอใบอนุญาตทั้งหมด ค่าใช้บริการอาจอยู่ในระดับประมาณ 1 ล้านบาทต่อโครงการ

ขณะที่โครงการขนาดต่ำกว่า 1 เมกะวัตต์จะมีค่าใช้บริการลดลงตามขนาดและรายละเอียดของงาน โดยบางกรณีอยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาท รวมค่าธรรมเนียมการไฟฟ้า

แต่หากผู้ประกอบการไปดำเนินการเอง จะจ่ายถูกกว่าประมาณ 30%–40% แต่ส่วนใหญ่เลือกจ้างเพราะขั้นตอนยุ่งยาก เอกสารเยอะ และต้องบริหารจัดการโครงการให้ทันตามไทม์ไลน์

โจทย์สำคัญคือ “ขอใบอนุญาตให้ครบ”

นางสาวภัทรภร มองว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะโรงงานและโครงการขนาดใหญ่ ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการออกแบบและติดตั้งระบบ แต่รวมถึงการบริหารจัดการกระบวนการขออนุญาตทั้งหมด ตั้งแต่การเตรียมแบบ การรับรองโดยวิศวกร การจัดเตรียมเอกสาร การประสานงานกับหลายหน่วยงาน ไปจนถึงการตรวจสอบอุปกรณ์และการดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีความซับซ้อนอยู่ค่อนข้างมาก