
เปิดเทรนด์ลงทุนโลก TPC ดันสุขภาพ-พลังงาน-อาหาร-เศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างมูลค่าใหม่
จับตาเทรนด์ลงทุนใหม่ TPC ดัน Well-being Economy เชื่อมเงินทุน-พลังงาน-อาหาร-ธรรมชาติ ดึงธุรกิจ-รัฐ-ชุมชนร่วมเปลี่ยนระบบลงทุน รับโลกผันผวน
KEY
POINTS
- TPC กรุ๊ป ขับเคลื่อนเทรนด์การลงทุนใหม่ที่เรียกว่า "เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ" (Well-being Economy) เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ
- วางรากฐานการลงทุนผ่าน 6 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ สุขภาวะ, การเปลี่ยนผ่านพลังงาน, ระบบอาหาร, เศรษฐกิจหมุนเวียน, สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ และการพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต
- ต่อยอดกลยุทธ์ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ การสร้างโมเดลความร่วมมือใหม่ในเอเชีย, การฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน และการส่งเสริมการจ้างงานคนรุ่นใหม่
นางสาวจรรย์จิรา พนิตพล ผู้อำนวยการสูงสุด สำนักงานส่วนกลางประเทศไทย บริษัท ทีพีซี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TPC เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการต่อยอดเชิงกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.โมเดลใหม่สำหรับเอเชีย การสำรวจโมเดลความร่วมมือข้ามภาคส่วน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านที่ดิน อาหาร สุขภาพ และพลังงาน
,2. การฟื้นฟูธรรมชาติสู่การสร้างคุณค่าร่วมกัน พัฒนาโมเดลระบบนิเวศที่เชื่อมองค์ความรู้จากโลกตะวันออกและตะวันตก และ 3. การจ้างงานเยาวชนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนรุ่นใหม่ผ่านกิจการเชิงนวัตกรรมในเศรษฐกิจภาคทะเลและระบบอาหาร
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนแนวโน้ม หรือเทรนด์เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านการฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ ผืนดิน ระบบอาหาร มหาสมุทร การเงิน การลงทุน และการพัฒนามนุษย์ กับ 100 องค์กรระดับโลก ผ่าน AT ONE IMPACT WEEK 2026 ที่ประเทศสิงคโปร์
โดยมีทั้งการประชุมหารือระดับทวิภาคีและพหุภาคีแบบปิดบนเวที Well-being Economic Forum ที่เปิดให้ผู้ร่วมงานและพันธมิตรที่ได้รับเชิญเข้าร่วม รวมถึงมีวิทยากรกว่า 450 คน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางที่ภาคการลงทุน ภาคธุรกิจ ภาคการกุศล และภาครัฐจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างไร ภายใต้แนวคิด What if Love Became Infrastructure?
รับความผันผวนสภาพภูมิอากาศ
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวมาจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความแตกแยกทางสังคมนั้น เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจที่มุ่งใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเพียงอย่างเดียว และยังคงใช้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ แม้ธรรมชาติและระบบนิเวศซึ่งเป็นรากฐานของทุกชีวิตกำลังเสื่อมถอย งานดังกล่าวจึงเชื่อมโยงผู้นำองค์กร ภาคเอกชน ภาครัฐและชุมชนจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ และร่วมหาแนวทางที่เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ (Well-being Economy) จะช่วยให้ประชาชนและโลกสามารถเติบโตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน
“การดำเนินการดังกล่าวได้ยกประเด็นเพื่อถกและร่วมหารือกันตั้งแต่เรื่องภาวะผู้นำและการตระหนักรู้ของมนุษย์ การแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตก ไปจนถึงบทบาทของเงินทุน ธรรมชาติ และชุมชน ซึ่งล้วนสะท้อนว่าภาคธุรกิจต้องมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ต้องมีแนวทางการบริหารองค์กรในรูปแบบและแนวคิดใหม่ เปิดรับและเชื่อมโยงมุมมองที่แตกต่าง รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน“
เชื่อมเมือง-ชนบท-มหาสมุทร
นางสาวจรรย์จิรา กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวมุ่งวางรากฐานและวางกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งสุขภาวะเพื่อการเปลี่ยนผ่านในระบบนิเวศ 4 ด้านที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ 1.เมือง 2.ชนบท 3.มหาสมุทร และ 4.การตระหนักรู้ของมนุษย์
รวมถึงขยายผลผ่านโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน ได้แก่ 1.เงินทุน 2.พลังงานและธรรมชาติ 3.การพัฒนามนุษย์ และ 4.ชุมชนและวัฒนธรรม โดยโครงสร้างทั้งหมดนี้ร่วมขับเคลื่อน 6 เสาหลักยุทธศาสตร์การลงทุนของบริษัทเพื่อวางรากฐานสู่เศรษฐกิจแห่งสุขภาวะ ซึ่งประกอบด้วย 1. สุขภาวะ (Well-being) 2. สภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ (Climate & Nature) 3. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) 4. ระบบอาหาร (Food Systems) 5. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 6. การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิต (Human Construct)







