
สช. จับมือ สสส. พร้อม 14 มหาวิทยาลัย ตั้งศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง
สช. - สสส. พร้อม 14 มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกความเข้าใจตั้ง “ศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง” เดินหน้าบูรณาการความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพเมือง
KEY
POINTS
- สช. ร่วมมือกับ สสส. และ 14 สถาบันอุดมศึกษา ลงนามจัดตั้ง "ศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง"
- มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมและบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม มาใช้ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพในเขตเมือง
- มุ่งแก้ไขปัญหาสุขภาวะที่ซับซ้อนจากการเติบโตของเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองอย่างยั่งยืน
- ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางเชื่อมโยงภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคนโยบาย โดยมีพื้นที่เป้าหมายแรกคือกรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษา 14 แห่ง ลงนามบันทึกความเข้าใจจัดตั้งศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง เพื่อผนึกกำลังการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม สู่การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
การเติบโตอย่างรวดเร็วของความเป็นเมืองนำมาซึ่งความท้าทายเชิงโครงสร้างที่มีความซับซ้อน ทั้งด้านสภาพแวดล้อม พฤติกรรม และสุขภาวะของประชาชน ความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายวิชาการและองค์กรด้านสุขภาพในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนากลไกเชิงระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในเขตเมืองและพื้นที่ปริมณฑลอย่างยั่งยืน
บูรณาการองค์ความรู้สู่นโยบายสาธารณะ
การจัดตั้งศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำจำนวน 14 แห่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการรวบรวม สังเคราะห์ และประมวลผลองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาวะ โดยมีเป้าหมายหลักในการนำข้อมูลความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้ในการพัฒนานโยบายสาธารณะด้านสุขภาพที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาจริงในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำงานในเชิงวิชาการบริสุทธิ์ แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานบริหารจัดการในระดับนโยบายและปฏิบัติการ การผสานความร่วมมือในลักษณะนี้จะช่วยให้งานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่บนชั้นวางเอกสาร แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนในเขตเมืองได้อย่างทันท่วงทีและตรงจุด
ความท้าทายของสุขภาวะเขตเมือง
ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ชนบทและพื้นที่เมือง เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ สังคมเมืองมีความซับซ้อนสูงทั้งในมิติของสภาพแวดล้อมกายภาพ โครงสร้างทางสังคม พฤติกรรมความเป็นอยู่ และความหลากหลายของกลุ่มประชากร
นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้ระบุถึงทิศทางและโอกาสในการขับเคลื่อนสุขภาวะเขตเมืองผ่านกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมว่า สุขภาวะเขตเมืองเป็นโจทย์ที่มีความซับซ้อนและท้าทายอย่างยิ่ง
ความซับซ้อนดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินงานแบบแยกส่วนของแต่ละหน่วยงานไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน การจัดตั้งศูนย์วิชาการฯ จึงเป็นการสร้าง "พลังร่วม" ที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม โดยการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกที่มีอยู่เดิม เช่น สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ควบคู่ไปกับการขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญอย่างกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การพัฒนานโยบายเกิดขึ้นบนฐานของข้อมูลวิชาการและความต้องการที่แท้จริงของคนเมือง
บทบาทของภาคีวิชาการ-ขับเคลื่อนเชิงพื้นที่
ภาคีสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 14 แห่ง ถือเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมือง ด้วยความเชี่ยวชาญ บุคลากร และทรัพยากรทางวิชาการที่กระจายอยู่ในแต่ละแห่ง ผู้แทนจากภาคีต่างเห็นพ้องกันว่า ศูนย์วิชาการฯ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย เข้ากับความต้องการของชุมชนและเมืองในทางปฏิบัติ
กระบวนการทำงานจะเน้นการพัฒนาต้นแบบการจัดการสุขภาวะที่ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมของประชาชนทุกช่วงวัย โดยมีพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลเป็นพื้นที่เป้าหมายแรกในการเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน ก่อนที่จะขยายผลเชิงนโยบายและรูปแบบการดำเนินงานไปสู่พื้นที่เขตเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ศูนย์วิชาการฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนต่าง ๆ ในการพัฒนากลไกทางวิชาการที่เข้มแข็ง เพื่อให้เกิดระบบการสนับสนุนงานวิจัยที่ต่อเนื่องและตอบโจทย์อนาคต
ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดตั้งศูนย์วิชาการสุขภาวะเขตเมืองครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้างเครือข่ายวิชาการด้านสุขภาวะเมืองของประเทศไทย การพัฒนากลไกสนับสนุนการจัดการสุขภาวะเขตเมืองอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่เน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่มุ่งเป้าไปที่การวางรากฐานทางนโยบายที่สามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคต
ความร่วมมือระหว่าง สช. สสส. และสถาบันอุดมศึกษา จึงเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการทำงานเชิงรับ ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมและระบบสุขภาพเชิงรุกที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมืองอย่างเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนในระยะยาว







