
‘ม.มหิดล’ เดินหน้าผลิต ‘นักกายภาพบำบัด’ รุ่นใหม่ ป้อนชุมชน
“มหิดล” ชูโมเดลการเรียนรู้ผ่านการลงพื้นที่จริง เร่งสร้างนักกายภาพบำบัดรุ่นใหม่ที่มีทักษะทางคลินิกควบคู่กับความเข้าใจบริบทสังคม ยกระดับสุขภาวะชุมชน
KEY
POINTS
- ม.มหิดล เร่งผลิตนักกายภาพบำบัดรุ่นใหม่ผ่านโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน
- เน้นการฝึกปฏิบัติงานนอกห้องเรียนและการลงพื้นที่ชุมชน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
- ส่งเสริมทักษะการสื่อสารและการรับฟัง เพื่อให้นักกายภาพบำบัดสามารถทำงานกับผู้ป่วยที่มีความเชื่อและวิถีชีวิตที่หลากหลาย
- โมเดลกายภาพบำบัดชุมชนช่วยยกระดับสุขภาวะของคนในพื้นที่ ลดภาระผู้ป่วยติดเตียง และสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุข
มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ต่อเนื่อง โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทฤษฎีในห้องเรียน แต่การฝึกปฏิบัตินอกห้องเรียนถือเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดอนาคตของวิชาชีพ ผ่านโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ พร้อมเร่งขับเคลื่อนงานกายภาพบำบัดชุมชน เพื่อให้เป็นแบบฝึกหัดสำคัญในการบ่มเพาะนักกายภาพบำบัดคุณภาพสู่สังคม
ฝึกปฏิบัตินอกห้องเรียน บ่มเพาะบุคลากร
กระบวนการบ่มเพาะว่าที่บัณฑิตกายภาพบำบัดให้ก้าวสู่โลกแห่งการทำงานจริงได้อย่างมั่นคงนั้น เบื้องหลังความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเรียนการสอนผ่านกระดานดำหรือตำราวิชาการ หากแต่เป็น "ชั่วโมงฝึกปฏิบัตินอกห้องเรียน" ที่ทำหน้าที่ชี้ชะตาและกำหนดคุณภาพของวิชาชีพในอนาคต
กภ.ทวีศักดิ์ ปฐม หัวหน้างานกายภาพบำบัด โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ก้าวเข้ามาเป็นบุคลากรต้นแบบในการถ่ายทอดทักษะและการปฏิบัติตนแก่ว่าที่นักกายภาพบำบัดวิชาชีพ ผ่านการทำงานทางคลินิกภายใน "ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักษ์" ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้โครงสร้างการดำเนินงานของวิทยาเขตนครสวรรค์ ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ดูแลสุขภาวะของชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง
สื่อสาร-รับฟังหัวใจของ Clinical Instructor
การทำงานกายภาพบำบัดในระดับชุมชนต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะปัญหาความเจ็บป่วยของประชาชนที่มีรากเหง้ามาจากความเชื่อและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น การทำงานในจุดนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจง
“กภ.ทวีศักดิ์” กล่าวว่า แนวทางการ "พร้อมรับฟัง" เป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งหัวใจสำคัญของการรับฟังที่ดีคือการเปิดใจรับฟังโดยไม่ตัดสินความเชื่อเดิมของผู้ป่วย พร้อมทั้งใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนทัศนคติด้วยเหตุและผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป
กระบวนการดังกล่าวถูกจัดให้เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของการเป็นอาจารย์นิเทศก์ทางคลินิก (Clinical Instructor) ตามที่สภากายภาพบำบัดกำหนดไว้ เพื่อให้นักศึกษาฝึกงานได้ซึมซับทั้งศาสตร์ทางวิชาการและศิลปะในการสื่อสารกับผู้ป่วยจริง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนผ่านความเชื่อที่ไม่ถูกต้องไปสู่การดูแลสุขภาพที่ถูกหลักวิชาการโดยไม่สร้างความขัดแย้งกับวิถีชุมชน
สร้างพี่เลี้ยงต้นแบบและการสืบสานพระปณิธาน
ในแต่ละปี งานกายภาพบำบัด โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานด่านหน้าในการดูแลสุขภาวะและฟื้นฟูร่างกายให้กับผู้ป่วยทั้งที่เข้ามารับบริการในคลินิกและผู้ป่วยในชุมชนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยงต้นแบบ" ให้แก่ นักศึกษาฝึกงานกายภาพบำบัด ทั้งที่มาจากภายในมหาวิทยาลัยมหิดลและจากสถาบันการศึกษาภายนอก
กระบวนการฝึกอบรมเชิงปฏิบัตินี้มุ่งหวังให้นักศึกษาบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพนักกายภาพบำบัดได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งยึดมั่นในความสุจริตและการมีจิตสาธารณะในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นการสืบสานพระปณิธานของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก "พระบิดาแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล" ที่มุ่งเน้นการใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์เป็นสำคัญ
ยกระดับสุขภาวะชุมชน
การชูโมเดลกายภาพบำบัดชุมชนของมหาวิทยาลัยมหิดล นอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาแล้ว ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสาธารณสุขในระดับพื้นที่อย่างชัดเจน การทำงานเชิงรุกผ่านการเยี่ยมบ้านและการให้บริการในชุมชนช่วยลดภาระการพึ่งพิงของผู้ป่วยติดเตียงให้สามารถกลับมาเป็นผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้ รวมทั้งส่งเสริมการป้องกันโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บจากการทำงานในกลุ่มแรงงานและผู้สูงอายุ
การผสมผสานงานบริการทางคลินิกเข้ากับการเรียนการสอนและการลงพื้นที่ชุมชนเช่นนี้ จึงถือเป็นแบบฝึกหัดสำคัญในการพิสูจน์บทบาทของนักกายภาพบำบัดยุคใหม่ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาล แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะที่แข็งแกร่งให้แก่ชุมชนและสังคมในภาพรวมอย่างยั่งยืน







