
คลังเกาะติด 'การบินไทย' เร่งกู้วิกฤต เรียกเชื่อมั่นผู้โดยสาร
คลังเกาะติด “การบินไทย” เร่งกู้วิกฤตบริการ หลังเที่ยวบินล่าช้า-ยกเลิกไฟลท์ และปัญหาสัมภาระตกค้างสร้างผลกระทบวงกว้าง เรียกความเชื่อมั่นผู้โดยสาร
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ติดตามการบินไทยแก้ไขปัญหาวิกฤตบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร
- สถานการณ์เที่ยวบินเริ่มดีขึ้น โดยมีความตรงต่อเวลาของเที่ยวบินขาออกและขาเข้าสูงถึง 81% และ 90% ตามลำดับ และมีอัตราการยกเลิกเที่ยวบินราว 15%
- การบินไทยกำลังเร่งจัดการสัมภาระตกค้างและสัมภาระเปลี่ยนเครื่องที่รอการขนส่ง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวมประมาณ 9,200 ใบ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาความวุ่นวายและวิกฤตการให้บริการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเผชิญทั้งปัญหาเที่ยวบินล่าช้า การยกเลิกเที่ยวบิน และสัมภาระตกค้างสะสม ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นวงกว้าง
กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทย ได้ติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งฟื้นฟูการให้บริการและเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้โดยสารให้กลับมาโดยเร็ว
เที่ยวบินเริ่มฟื้น ยกเลิกราว 15%
ล่าสุด สถานการณ์เที่ยวบินของการบินไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น โดยสามารถเปิดให้บริการได้แล้ว 196 เที่ยวบิน จากทั้งหมด 230 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นอัตราการยกเลิกเที่ยวบินประมาณ 15% เพื่อปรับตารางการบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ขณะเดียวกัน สถิติความตรงต่อเวลาของเที่ยวบินปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเที่ยวบินขาออกสามารถทำการบินได้ตรงเวลา 81% ขณะที่เที่ยวบินขาเข้ามีสถิติความตรงต่อเวลาสูงถึง 90%
ส่วนบริการขนส่งสินค้ายังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินในส่วนของการขนส่งสินค้า
เร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้างกว่า 9,200 ใบ
ด้านการบริหารจัดการสัมภาระ ขณะนี้ผู้โดยสารขาเข้าสามารถรับกระเป๋าสัมภาระ ณ จุดรับกระเป๋าได้ครบถ้วน 100% แล้ว ขณะที่สัมภาระตกค้างสะสมเดิมของวันที่ 26 กันยายน 2569 ได้จัดส่งและเคลียร์เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
สำหรับสัมภาระของวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้โดยสารกำลังทยอยเดินทางมารับ ส่งผลให้ปัจจุบันยังมีสัมภาระตกค้างของวันที่ 27–28 กันยายน อยู่ประมาณ 2,200 ใบ
นอกจากนี้ ยังมีสัมภาระเปลี่ยนเครื่องที่รอการขนส่งอีกประมาณ 7,000 ใบ ซึ่งสายการบินกำลังเร่งคัดแยกและประสานนำส่งไปยังจุดหมายปลายทาง ผ่านเที่ยวบินของการบินไทยและพันธมิตรสายการบินอื่น เพื่อเร่งระบายสัมภาระให้เร็วที่สุด
เมื่อรวมสัมภาระตกค้างของวันที่ 27–28 กันยายน และสัมภาระเปลี่ยนเครื่องที่รอการขนส่ง ทำให้ยังมีสัมภาระที่อยู่ระหว่างการจัดการประมาณ 9,200 ใบ
คลังจับตาฟื้นความเชื่อมั่น
แหล่งข่าวระบุว่า แม้เหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการให้บริการจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการบินไทยและผู้โดยสารจำนวนมาก แต่การเร่งระดมกำลังเพื่อระบายสัมภาระตกค้าง ควบคู่กับการควบคุมเวลาเที่ยวบินให้กลับมาตรงเวลาในระดับกว่า 80-90% ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อการฟื้นฟูการให้บริการ
จากนี้ต้องติดตามการจัดการสัมภาระเปลี่ยนเครื่องที่ยังคงค้างอยู่ประมาณ 7,000 ใบ หากสามารถสะสางได้ตามแผน จะช่วยให้การให้บริการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติในระยะต่อไป







