
อมตะซิตี้ ชลบุรีอ่วม น้ำท่วม 40 ซม. กนอ.เร่งสูบ 4.3 หมื่น ลบ.ม./ชม. สกัดน้ำเข้าเฟส 7-9
กนอ.เฝ้าระวังนิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี เผยมีน้ำสูง 40 เซนติเมตร หลังพนังกั้นน้ำเสียหาย หสวั่นกระทบพื้นที่อุตสาหกรรม บางปะอิน-นครหลวง-ไฮเทคยังปลอดภัย
KEY
POINTS
- นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ประสบปัญหาน้ำท่วมขังสูงเฉลี่ย 40 เซนติเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่เฟส 6, 7, 8 และ 9 ซึ่งเป็นผลมาจากฝนตกหนักต่อเนื่องและมวลน้ำจากภายนอก
- กนอ. ได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยใช้สถานีสูบน้ำ 26 สถานี มีความสามารถในการสูบน้ำรวม 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
- มีการดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อปิดกั้นและสกัดน้ำจากภายนอกไม่ให้ไหลเข้าท่วมในพื้นที่เฟส 7-9 เพิ่มเติม รวมถึงเสริมความแข็งแรงของแนวคันดิน
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์น้ำต่อนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ว่า ปัจจุบันที่เฝ้าระวังสูง จะมีแค่นิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยมีน้ำสูงประมาณ 40 เซนติเมตร จากการที่พนังกั้นน้ำเกิดความเสียหาย
“นิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรีซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและบริเวณโดยรอบตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 จนถึงปัจจุบัน ประกอบกับมีมวลน้ำจากภายนอกไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณเฟส 6,7,8,9 ซึ่งกระทบต่อการสัญจรและสถานประกอบการบางแห่ง”
ในระยะแรกเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พบระดับน้ำท่วมขังบางจุดประมาณ 25 เซนติเมตร และเมื่อมีฝนตกต่อเนื่องในวันที่ 26-27 กันยายน ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเฟส 7,8,9 ที่มีระดับน้ำสูงประมาณ 70 เซนติเมตรจากระดับถนน ต่อมาในวันที่ 28 กันยายน ทางนิคมฯ ได้เร่งดำเนินมาตรการปิดกั้นและเสริมแนวคันดิน เพิ่มกำลังสูบระบายน้ำ ตลอดจนขุดลอกคลองพานทองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้ในช่วงค่ำของวันดังกล่าว พื้นที่เฟส 1-6 และเฟส 10 สามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติ ขณะที่เฟส 7,8,9 ยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
กนอ. ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
ล่าสุด กนอ. ที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่นิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี วันนี้ (30 ก.ย.69) ในพื้นที่นิคมฯ โดยได้สั่งการเร่งจัดหาเครื่องสูบน้ำ เพิ่มกำลังการสูบน้ำปิดกั้นน้ำจากบริเวณภายนอกนิคมฯ ไม่ให้เข้ามาในนิคมฯ 100 % โดยเฉพาะในบริเวณ เฟส 7,8,9 รวมทั้งให้ประสานกับกรมชลประทานในการระบายน้ำออกสู่คลองพานทองให้มีอัตราการระบายน้ำให้เร็วที่สุด พร้อมกันนี้ได้ลงไปติดตามการปิดกั้นน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ไหลเข้าสู่เฟส 10 ขณะเดียวกันก็พบว่าไม่มีฝนตกเพิ่มเติม โดยมีความเข้มฝน 0 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง และปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 0 มิลลิเมตรใน Zone A, 14.5 มิลลิเมตรใน Zone B และ 23.5 มิลลิเมตรใน Zone C ทั้งนี้ ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 7 ล้านตารางเมตร โดยเฉพาะบริเวณเฟส 6,7,8,9 ที่มีระดับน้ำท่วมขังเฉลี่ยประมาณ 400 มิลลิเมตร หรือ 40 เซนติเมตร
ซึ่ง กนอ. และนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ได้บูรณาการสรรพกำลังอย่างเต็มที่ ทั้ง ด้านการระบายน้ำ โดยมีสถานีสูบป้องกันน้ำท่วม 26 สถานี ความสามารถในการระบายน้ำรวม 43,000 ลูกบาศก์เมตร/ ชั่วโมง โดยมีคันกั้นน้ำในเฟส 6-9 ประมาณ 20 กิโลเมตร พร้อมทั้งเสริมแนวคันดินบริเวณโรงงานที่คันดินล่ม เพิ่มทรายและกระสอบทรายเพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบกิจการ 2 จุดในพื้นที่นิคมฯ เพิ่มเติมปั๊มน้ำเคลื่อนที่ 8,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง, ปั๊มน้ำเสริม 5,500 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ กำหนดและติดตามจุดเฝ้าระวังน้ำ มีพื้นที่รองรับน้ำภายในนิคมฯ (บ่อหน่วงน้ำ) ขนาด 32 ล้านลูกบาศก์เมตร ดำเนินการขุดลอกคลองภายนอกนิคมฯ จำนวน 2 จุด บริเวณรอยต่อ อบต.บ้านเก่าและบางนาง และบริเวณคลองพานทองหน้าวัดศรี และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำภายนอกนิคมฯ บริเวณคลองท้ายเซิด 2 จุด และคลองขุนวิเศษ
นิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี มีการติดตามระดับน้ำ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ภายนอกอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง โดย กนอ. และนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ได้จัดทำแบบฟอร์มสำรวจความต้องการการช่วยเหลือของผู้ประกอบการ ประสานกองทัพเรือในการให้บริการ เรือท้องแบน จำนวน 4 ลำและเรือผลักดันน้ำ 3 ลำ รวมทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ และโรงงานในนิคมฯ ในการจัดหาที่พักชั่วคราว ดําเนินการฟื้นฟูเยียวยา และให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเบื้องต้น
นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อสื่อสารเบอร์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง จัดตั้ง warroom ติดตามสถานการณ์น้ำและบัญชาการเหตุการณ์ และดำเนินการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ เยี่ยมเยียน ช่วยเหลือ สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่นิคมฯอื่นที่เฝ้าระวังนั้น กนอ. เฝ้าระวังระดับน้ำในคลองรอบๆ หรือพื้นที่ใกล้เคียงนิคมฯ สมุทรสาคร และนิคมฯ ราชบุรี โดยปัจจุบันสถานการณ์ระดับน้ำโดยรอบยังปกติ
บ้านหว้า-ไฮเทคปลอดภัย
ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นิคมฯบางปะอิน นครหลวง และบ้านหว้า (ไฮเทค) ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระยะปลอดภัย
ล่าสุด 15.00 น. อัตราการระบายน้ำรวม (เจ้าพระยา + พระรามหก) อยู่ที่ 2,787 ลบ.ม./วินาที ส่วนเกณฑ์เฝ้าระวังนิคมฯ: 3,500 ลบ.ม./วินาที
“ภาพรวมนิคมฯอื่นๆ อยู่ในภาวะปกติ และได้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ และพื้นที่โดยรอบติดตามต่อเนื่อง เพราะ กนอ. เฝ้าระวัง มีรายงานเฝ้าระดับน้ำ ตลอด 4 เวลา ทุกวัน”







