thansettakij
thansettakij
เช็คทุกจุด "สถานการณ์น้ำในเขื่อน-น้ำล้นตลิ่ง" ป่าสักฯ-ประแสร์ล้นความจุ

เช็คทุกจุด "สถานการณ์น้ำในเขื่อน-น้ำล้นตลิ่ง" ป่าสักฯ-ประแสร์ล้นความจุ

30 ก.ย. 69 | 04:10 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 04:21 น.

เปิดข้อมูลสถานการณ์น้ำทั่วไทย ฝนตกหนักลุ่มน้ำปิงดันน้ำเหนือไหลเร็ว สทนช.ขอเพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา ขณะที่เขื่อนใหญ่ 13 แห่งกักน้ำเฉลี่ย 94% ป่าสักฯ 102% ประแสร์ 115% พร้อมเช็กจุดน้ำล้นตลิ่ง 32 สถานี

KEY

POINTS

  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนประแสร์มีปริมาณน้ำเกินความจุ โดยอยู่ที่ 102% และ 115% ตามลำดับ ขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 13 แห่งมีน้ำเฉลี่ย 94%
  • เกิดสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งใน 15 จังหวัด รวม 32 สถานี โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและน่าเป็นห่วง
  • มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อรองรับน้ำเหนือ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้น และต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ 6 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง

ฐานเศรษฐกิจ เกาะติดสถานการณ์น้ำช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 เริ่มตึงมือมากขึ้น เมื่อฝนตกหนักในลุ่มน้ำปิงทำให้ปริมาณน้ำที่สถานี P.7A จ.กำแพงเพชร พุ่งจาก 700 เป็น 1,700 ลบ.ม./วินาที และเมื่อรวมกับน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรัง น้ำก็ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร็วกว่าที่คาด 

ล่าสุดเช้าวันนี้ (30ก.ย.69) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 7/2569 ขอปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นอีก 0.20-0.30 เมตร

ด้านกรมชลประทาน เปิดเผยรายงานว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 13 แห่งมีน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ส่วนอ่างที่มีน้ำน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ไม่มีเลย ความจุรวมของทั้ง 13 แห่งอยู่ที่ราว 32,092 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำอยู่ 30,190 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณร้อยละ 94 เหลือที่รับน้ำได้อีกสุทธิราว 1,900 ล้าน ลบ.ม.

ขณะเดียวกัน ข้อมูลสถานีอุทกวิทยา ณ วันที่ 30 ก.ย. เวลา 06.00 น. พบ 32 สถานีใน 15 จังหวัดที่ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง ในจำนวนนี้แนวโน้มลดลง 17 สถานี เพิ่มขึ้น 15 สถานี

เช็คทุกจุด "สถานการณ์น้ำในเขื่อน-น้ำล้นตลิ่ง" ป่าสักฯ-ประแสร์ล้นความจุ

สทนช.ปรับระบายเขื่อนเจ้าพระยา

ปัจจุบันมีน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 1,800-2,350 ลบ.ม./วินาที ทางการได้ใช้พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำ และผันเข้าคลองชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกเต็มศักยภาพ รวมราว 500 ลบ.ม./วินาที แต่เมื่อน้ำจากลุ่มน้ำปิงและสะแกกรังมาสมทบ ปริมาณน้ำก็เพิ่มขึ้นทั้งตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำ สทนช.ระบุว่าจำเป็นต้องเพิ่มการระบายเพื่อลดผลกระทบและป้องกันความเสียหาย

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมี 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท (อ.สรรพยา) สิงห์บุรี (อ.พรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี) อ่างทอง (อ.เมืองอ่างทอง ไชโย ป่าโมก วิเศษชัยชาญ) พระนครศรีอยุธยา (อ.บางซ้าย เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน ลาดบัวหลวง บางไทร) ปทุมธานี (อ.สามโคก เมืองปทุมธานี) และนนทบุรี (อ.เมืองนนทบุรี บางกรวย ปากเกร็ด)

เขื่อนภาคเหนือ: 3 อ่างน้ำเกิน 90%

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ มีน้ำ 246 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 265 ล้าน ลบ.ม. (93%) น้ำใช้การได้ 233 ล้าน ลบ.ม. วันนี้มีน้ำไหลเข้า 0.84 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากเมื่อวานที่ 1.09 ระบายออก 0.51 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 19 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีน้ำ 96 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 106 ล้าน ลบ.ม. (91%) น้ำไหลเข้า 2.31 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจาก 1.87 เมื่อวาน ระบาย 2.07 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 10 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง เช่นกัน มีน้ำ 161 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 170 ล้าน ลบ.ม. (95%) น้ำไหลเข้า 1.06 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 1.20 ระบาย 0.39 ล้าน ลบ.ม. เท่ากับเมื่อวาน รับน้ำได้อีก 9 ล้าน ลบ.ม.

เช็คทุกจุด "สถานการณ์น้ำในเขื่อน-น้ำล้นตลิ่ง" ป่าสักฯ-ประแสร์ล้นความจุ

เขื่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี มีน้ำ 1,798 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 1,966 ล้าน ลบ.ม. (91%) น้ำใช้การได้ 967 ล้าน ลบ.ม. (85%) น้ำไหลเข้าวันนี้ 6.72 ล้าน ลบ.ม. ลดลงมากจาก 11.59 เมื่อวาน ระบายออก 8.63 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 10.77 รับน้ำได้อีก 168 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนภาคกลาง: ป่าสักฯ น้ำเกินความจุ

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีน้ำ 891 ล้าน ลบ.ม. สูงกว่าความจุ 872 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102 น้ำใช้การได้ 877 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลเข้าวันนี้ 52.95 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 63.74 เมื่อวาน ขณะที่ระบายออก 2.16 ล้าน ลบ.ม. ใกล้เคียงกับเมื่อวานที่ 2.17 พื้นที่รับน้ำได้อีกติดลบ 19 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนภาคตะวันตก: กาญจนบุรีน้ำไหลเข้าพุ่ง

เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เป็นอ่างใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ความจุ 17,745 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำ 16,374 ล้าน ลบ.ม. (92%) น้ำใช้การได้ 6,109 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลเข้าวันนี้ 240.93 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจาก 194.06 เมื่อวาน ระบายออกเพียง 2.01 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 3.94 เหลือพื้นที่รับน้ำอีก 1,371 ล้าน ลบ.ม. มากที่สุดในทั้ง 13 อ่าง

ถัดมาคือ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ความจุ 8,860 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำ 8,534 ล้าน ลบ.ม. (96%) น้ำใช้การได้ 5,522 ล้าน ลบ.ม. ตัวเลขที่สะดุดตาคือน้ำไหลเข้าวันนี้ 287.63 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจาก 108.84 เมื่อวาน และเป็นปริมาณสูงสุดในกลุ่ม ขณะที่ไม่มีการระบายน้ำทั้งวันนี้และเมื่อวาน รับน้ำได้อีก 326 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีน้ำ 701 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 710 ล้าน ลบ.ม. (99%) น้ำใช้การได้ 636 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลเข้า 39.39 ล้าน ลบ.ม. ใกล้เคียงกับเมื่อวาน ระบาย 8.64 ล้าน ลบ.ม. เท่าเดิม รับน้ำได้อีกเพียง 9 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนภาคตะวันออก: ประแสร์ล้น สียัดเต็ม

เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา มีน้ำเต็มความจุ 420 ล้าน ลบ.ม. (100%) น้ำไหลเข้าวันนี้ 48.54 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 50.44 เมื่อวาน แต่ระบายออก 43.41 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 24.82 ไม่เหลือพื้นที่รับน้ำเพิ่ม

เขื่อนประแสร์ จ.ระยอง สูงกว่าความจุมากที่สุดในกลุ่ม มีน้ำ 338 ล้าน ลบ.ม. เทียบกับความจุ 295 ล้าน ลบ.ม. (115%) น้ำไหลเข้าวันนี้ 33.19 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจาก 27.50 ระบายออก 33.20 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจาก 27.94 พื้นที่รับน้ำติดลบ 43 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นตัวเลขติดลบสูงสุดในตาราง

เขื่อนหนองปลาไหล จ.ระยอง มีน้ำ 144 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 164 ล้าน ลบ.ม. (88%) ต่ำสุดในบรรดา 13 อ่าง น้ำไหลเข้า 10.05 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 14.88 ระบาย 0.43 ล้าน ลบ.ม. รับน้ำได้อีก 20 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีน้ำ 217 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 224 ล้าน ลบ.ม. (97%) น้ำไหลเข้า 11.48 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 14.29 ระบาย 13.41 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 19.43 เหลือที่รับน้ำอีก 7 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนนฤบดินทร์จินดา จ.ปราจีนบุรี มีน้ำ 270 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 295 ล้าน ลบ.ม. (92%) น้ำไหลเข้า 5.47 ล้าน ลบ.ม. ลดจาก 8.23 ไม่มีการระบายทั้งวันนี้และเมื่อวาน รับน้ำได้อีก 25 ล้าน ลบ.ม.

เช็คทุกจุด "สถานการณ์น้ำในเขื่อน-น้ำล้นตลิ่ง" ป่าสักฯ-ประแสร์ล้นความจุ

32 สถานีน้ำล้นตลิ่ง

ภาคเหนือ 

จ.กำแพงเพชร สถานี P.78 คลองขลุง สูงกว่าตลิ่ง 0.18 ม. แนวโน้มลดลง จ.เพชรบูรณ์ สถานี S.42 อ.วิเชียรบุรี 0.50 ม. และ S.52 อ.ศรีเทพ 0.43 ม. ลดลงทั้งคู่ ส่วน จ.พิษณุโลก สถานี Y.16 และ Y.64 อ.บางระกำ สูงกว่าตลิ่ง 0.07 และ 0.05 ม. และยังเพิ่มขึ้น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จ.ขอนแก่น สถานี E.85 น้ำเชิญ อ.ชุมแพ สูงกว่าตลิ่ง 0.07 ม. และ จ.บุรีรัมย์ สถานี M.26A ลำซี อ.กระสัง 1.37 ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งสองแห่ง

ภาคกลาง 

จุดที่น่าห่วงที่สุดคือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกสถานี ได้แก่ C.67 แม่น้ำน้อย อ.เสนา สูงกว่าตลิ่ง 2.31 ม. C.36 คลองบางหลวง อ.บางบาล 1.79 ม. C.68 อ.เสนา 0.82 ม. C.35 แม่น้ำเจ้าพระยา 0.57 ม. (ปริมาณน้ำ 1,321 ลบ.ม./วินาที) และ C.37 อ.บางบาล 0.03 ม.

ส่วน จ.นครสวรรค์ สถานี Ct.4 น้ำแม่วงก์ อ.ลาดยาว 0.80 ม. และ จ.อุทัยธานี สถานี Ct.8A อ.ทัพทัน 0.15 ม. ลดลงทั้งคู่

ขณะที่ลุ่มน้ำท่าจีน จ.สุพรรณบุรี สถานี T.10 อ.เมือง 2.34 ม. และ T.13 อ.สองพี่น้อง 0.94 ม. ยังเพิ่มขึ้น

ส่วน จ.นครปฐม สถานี T.15 อ.บางเลน 0.80 ม. เพิ่มขึ้น แต่ T.1 อ.นครชัยศรี 0.71 ม. ลดลง

ภาคตะวันตก

จ.กาญจนบุรี มีน้ำล้นตลิ่งสูงสุดของประเทศ คือสถานี K.58 แม่น้ำแควน้อย อ.ไทรโยค 6.47 ม. และ K.10 อ.ไทรโยค 4.84 ม. ทั้งสองแห่งแนวโน้มลดลง ขณะที่ K.11A แม่น้ำแม่กลอง อ.ท่าม่วง 2.58 ม. ยังเพิ่มขึ้น

ส่วนสถานีลำตะเพินและ K.12 อ.เมือง อยู่ราว 0.5-1 ม. ต่อมาที่ จ.ราชบุรี สถานี K.55A แม่น้ำแม่กลอง อ.บ้านโป่ง 1.07 ม. ปริมาณน้ำ 1,969.01 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น

ภาคตะวันออก

จ.สระแก้ว สถานี Kgt.12A คลองพระปรง อ.เมือง สูงกว่าตลิ่ง 3.35 ม. และ Kgt.9 อ.เขาฉกรรจ์ 0.44 ม. จ.ปราจีนบุรี สถานี Kgt.6 อ.ศรีมหาโพธิ์ 1.46 ม. Kgt.13A และ Kgt.43A อ.กบินทร์บุรี 1.34 ม. และ จ.ระยอง สถานี Z.11 คลองประแสร์ อ.แกลง 0.38 ม. ทั้งหมดมีแนวโน้มลดลง

ที่มา: กรมชลประทาน, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย