
เบื้องหลังป้อง”สนามบินสุวรรณภูมิ”จมน้ำ ทำพื้นที่ฝั่งตะวันออกกทม.ดำดิ่ง
เบื้องหลังป้อง”สุวรรณภูมิ” จังหวัดสมุทรปราการจมน้ำ ทำพื้นที่ฝั่งตะวันออกกรุงเทพมหานครดำดิ่งยาวนาน ผ่าทางตันบูรณาการแผนรับมือป้องกันน้ำท่วมใหม่
KEY
POINTS
- การป้องกันน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก เนื่องจากการสูบน้ำจากพื้นที่สนามบินระบายมายังฝั่งกรุงเทพฯ
- สาเหตุที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องระบายน้ำมายังกรุงเทพฯ แทนการระบายลงอ่าวไทยโดยตรง เพราะคลองระบายน้ำสู่ทะเลมีระยะทางไกลและคลองในพื้นที่ใกล้เคียงมีระดับน้ำสูงอยู่แล้ว
- ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันออกรุนแรงขึ้นจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น การเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ระบบคูคลองที่ยังบูรณาการไม่เสร็จสมบูรณ์ และที่ตั้งของอุโมงค์ระบายน้ำที่อยู่ห่างไกล
ปริมาณฝนที่ตกแช่เป็นเวลานาน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร ศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศต้องอัปปาง โดยเฉพาะโซนฝั่งตะวันออก สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบ้านเรือนประชาชน ไม่เว้นบ้านหรู สนามกอล์ฟใหญ่ ขณะกรุงเทพมหานครระดมทุกสรรพกำลัง เร่งระบายน้ำลงคลองสายหลัก กดดันลงแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนออกอ่าวไทย แต่ปัญหาใหญ่ มวลน้ำแผ่กระจายเต็มทุกทิศทาง ทำให้การผลักดันน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก
อุปสรรคการระบายน้ำ
อุปสรรคจาก 1.พื้นที่โซนตะวันออกเป็นที่ลุ่มต่ำแอ่งกะทะ และเป็นโซนรับน้ำทางตอนเหนือก่อนระบายออกสู่อ่าวไทย 2.การบูรณาการระบบคูคลองสายหลักสายรอง ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด มีบ้านเรือนกีดขวางทางน้ำและรุกล้ำคูคลองทำให้ยากต่อการระบาย 3. ที่ตั้งอุโมงค์ยักษ์เช่นอุโมงค์พระราม 9 ที่คอยรองรับน้ำ ฝั่งตะวันออกบางบริเวณ บางกะปิ คลองจั่น ฯลฯ ใช้คลองลาดพร้าวและแสนแสบ แต่ปากอุโมงค์ อยู่ห่างจากเส้นทางระบายน้ำกว่า10 กิโลเมตรทำให้เกิดความล่าช้า ขณะที่กายภาพของคลองประเวศบุรีรมย์ มีสภาพคับแคบคดเคี้ยว ทำให้การระบายน้ำ ลงอุโมงค์และแม่น้ำเจ้าพระยาต้องใช้เวลานาน ไม่ต่ำกว่า7วัน
เบื้องลึก ป้อง”สุวรรณภูมิ” ทำฝั่งตะวันออกกรุงเทพฯจมบาดาล
อย่างไรก็ตาม เบื้องลึกที่ทำให้ ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯดำดิ่งจมบาดาล เกิดจาก การสูบน้ำจากบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ทำแนวคันกันน้ำไว้ ป้องกันไม่ให้สนามบินจมน้ำ แต่ข้อกังวลว่า เหตุใดจึงสูบระบายลงฝั่งกรุงเทพมหานคร ทั้งที่สามารถระบายลงคลองสุวรรณภูมิ และผลักดันลงสู่อ่าวไทยได้โดยตรง
ท่ามกลางความตึงเครียดของกรุงเทพมหานครที่ต้องทำงานแข่งกันเวลา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้าง ซึ่งที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะ ชุมชนย่านบางกะปิ เคหะชุมชนคลองจั่น เคหะชุมชนร่มเกล้า รวมถึงเคหะชุมชนบึงกุ่ม ล้วนเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีพัฒนาและอยู่อาศัยมากว่ากว่า 50 ปี ขณะที่โครงการใหม่มีการถมสูง รวมทั้งการปรับปรุงก่อสร้างถนนใหม่ต้องปรับให้สูงตาม เมื่อเกิดน้ำท่วมทำให้เกิดผลกระทุบรุนแรงตามมาโดยเฉพาะครั้งนี้ที่มีปริมาณน้ำฝนในโซนตะวันออกมากถึง เกือบ300 มิลลิเมตร
ในขณะอีกแง่มุมที่สะท้อน สนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่คันกั้นน้ำ กับ คลองสุวรรณภูมิไปยังอ่าวไทย มีระยะยาวที่ห่างไกลมาก ประเมินว่าการพร่องน้ำทำได้ไม่ทัน ในขณะที่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต รวมถึงแม่น้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ำที่สูง ทำให้การพึ่งพาการระบายน้ำไปยังจังหวัดข้างเคียงทำได้ยากลำบาก และที่ใกล้ที่สุดคือพื้นที่กรุงเทพมหานคร
“สนามบินสุวรรณภูมิ ระบายน้ำ ลงคลองสุวรรภูมิ ไป คลองลาดกระบัง คลองสมุทรปราการ กว่าผ่านคลองสำโรง ก่อนระบายลงอ่าวไทย ปลายทางค่อนข้างแน่น”
กทม.เร่งบูรณาการระบบคูคลอง
จากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ส่งผลให้ กรุงเทพมหานคร ต้องจัดทำแผนระยะยาวและจัดระบบคลองใหม่ ปิดเปิดประตูระบายน้ำ ให้เกิดความคล่องตัวรวมถึงก่อสร้างอุโมงค์เพิ่มเติม ฝั่งตะวันออก เช่นบริเวณบางกะปิ อุโมงค์ คลองราชมนตรี ฝั่งตะวันตก จากที่ใช้ในปัจจุบัน 7แห่ง รวมถึง การขุดลอกคูคลอง พัฒนาแนวคลองธรรมชาติเป็นคอนกรีตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการะบายน้ำให้เร็วขึ้น โดยตลิ่งไม่ถูกกัดเซาะ และขุดคลองสายใหม่ร่วมกับกรมชลประทาน ขณะที่ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีคลองขนาดเล็ก 1,980คลอง และคลองขนาดใหญ่ (กว้างประมาณ40เมตร ) กว่า30 คลอง รวมกว่า 3,000 กิโลเมตร การทำเขื่อนสูง 3 เมตรโดยรอบริมแม่น้ำเจ้าพระยา
นอกจากนี้ต้องเร่งรัดการแก้ปัญหาบ้านเรือนประชาชนไม่ให้รุกล้ำคลอง และใช้มาตรการทางผังเมือง เข้ารับมือฯลฯ เพื่อไม่ให้กรุงเทพฯจมน้ำในระยะยาว







