
DD การบินไทย สั่งตั้งโต๊ะจ่ายชดเชยบ่ายนี้ ลุยเคลียร์กระเป๋า 5.6 พันใบ ใน 72 ชม.
"ชาย เอี่ยมศิริ" CEO การบินไทย แถลงเปิดใจวิกฤต ยอมรับดีเลย์เกือบ 100% สั่งลดเที่ยวบิน 30-40% สั่งเคลียร์กระเป๋าค้าง 5.6 พันใบใน 72 ชม. ยันไร้ประท้วง พร้อมจ่ายชดเชยบ่ายนี้
KEY
POINTS
- การบินไทยสั่งตั้งโต๊ะจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเที่ยวบินและสัมภาระล่าช้า โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงบ่ายวันนี้
- ตั้งเป้าหมายเคลียร์กระเป๋าสัมภาระที่ตกค้างจำนวน 5,600 ใบให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง
- ซีอีโอยืนยันว่าสาเหตุหลักของวิกฤตเกิดจากปัญหาน้ำท่วมที่พักอาศัยของพนักงาน ทำให้ขาดแคลนแรงงานภาคพื้นดิน ไม่ใช่การประท้วง
- ประกาศลดกำลังการผลิตเที่ยวบินลง 30-40% และได้รับกำลังสนับสนุนจากทหารเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์
เมื่อเวลา 11.50 น. นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แถลงชี้แจงอัปเดตสถานการณ์วิกฤตการให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการ โดยยอมรับตามตรงว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เที่ยวบินของการบินไทยประสบปัญหาดีเลย์เกือบ 100% และมีเที่ยวบินออกเดินทางตรงเวลาได้ไม่ถึง 3% จากปริมาณเที่ยวบินขาออกเฉลี่ยวันละประมาณ 300 เที่ยวบิน (ไป-กลับรวมกันประมาณ 600 เที่ยวบิน) พร้อมประกาศใช้วิธีทางออกวิกฤตด้วยการปรับลดกำลังการผลิตลง 30–40% ลุยเคลียร์กระเป๋าสัมภาระตกค้าง 5,600 ใบให้เสร็จสิ้นภายใน 72 ชั่วโมง ยืนยันสยบข่าวลือพนักงานประท้วง และสั่งตั้งโต๊ะจ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้โดยสารทันทีในบ่ายวันนี้
เปิดเบื้องหลัง Root Cause: น้ำท่วมขังทำขาดแรงงานเฉพาะทาง – คาร์โก้ล้นคลังสะเทือนถึงสายพานกระเป๋า
นายชาย ได้เปิดเผยถึงต้นตอที่แท้จริง (Root Cause) ของปัญหาว่า เกิดจากอุทกภัยน้ำท่วมสูงในพื้นที่ตรอกซอกซอยและชุมชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของพนักงานภาคพื้นดิน ทำให้พนักงานไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติงานได้ เนื่องจากหลายท่านมีความห่วงกังวลต่อครอบครัวและบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนกำลังพลอย่างรุนแรงใน 2 ส่วนสำคัญ
1. แรงงานทั่วไป ต้องการใช้ประมาณ 500 กว่าคน แต่มีพนักงานออกมาทำงานได้จริงเพียง 200–300 คน ส่งผลให้กำลังแรงงานหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง
2. แรงงานเฉพาะทางที่มีใบอนุญาต โดยเฉพาะตำแหน่ง "โหลดมาสเตอร์" ข้างเครื่องบิน ซึ่งตามปกติใช้วันละประมาณ 45 คน แต่เหลือพนักงานมาทำงานได้เพียง 20 คนเท่านั้น ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูงที่มีใบอนุญาตต้องลงไปกำกับงานข้างเครื่องบินด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาค้างสะสมในคลังสินค้า เนื่องจากผู้ประกอบการภายนอกไม่สามารถมารับสินค้าออกไปได้เพราะขาดแรงงานเช่นกัน คาร์โก้จึงล้นคลังและต้องค้างอยู่บนอุปกรณ์ลากสัมภาระ ทำให้อุปกรณ์ที่จะนำไปใช้ดึงกระเป๋าออกจากเครื่องบินติดขัดต่อเนื่องกันเป็นห่วงโซ่
"ถ้าอยู่นอกสนามบิน อยู่ในเมือง เราอาจจะไม่เห็นว่าผลกระทบมันขนาดไหน น้อง ๆ อยู่ในตรอกซอกซอยจุดลึกที่น้ำยังไม่ลด บางท่านยังเป็นห่วงบ้านหรือครอบครัว... ปัญหา Root Cause จริง ๆ คือแรงงาน ต้องไปโกยกลับเข้ามาในระบบให้มากที่สุด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แรงงานอย่างเดียว แต่อยู่ที่แรงงานที่ต้องใช้สกิล ไม่มีคนไปลากของ ของก็ไม่มา แรงงานก็ไม่มีอะไรให้ยก มันต้องมีคนไปลากของและมีคนไปเปิดเครื่อง"
ทำไมการบินไทยกระทบหนักที่สุด? ไขข้อสงสัยเปรียบเทียบสายการบินอื่น
สำหรับข้อสงสัยของสังคมว่าเหตุใดการบินไทยจึงได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าสายการบินอื่น นายชาย ได้อธิบายว่า เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นฐานการผลิตหลัก (Homebase) ของการบินไทย กิจกรรมบริการภาคพื้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารกระเป๋าสัมภาระ คลังสินค้า และการจัดเตรียมอาหาร จึงต้องเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ ณ สุวรรณภูมิ
ต่างจากสายการบินต่างชาติที่ทำกิจกรรมส่วนใหญ่มาจากสนามบินต้นทาง เมื่อบินมาถึงประเทศไทยจึงมีกิจกรรมน้อย สามารถหมุนเวียนเครื่องบินออกไปได้อย่างรวดเร็ว บางสายการบินใช้วิธีขนส่งอาหารแบบ Double Cater จากต้นทางโดยไม่ต้อง uplift อาหารในประเทศไทย
"เราต้องยอมรับความจริง ที่ประเทศไทยเราเป็น Homebase เพราะฉะนั้น activity ต่าง ๆ มันจะเกิดขึ้นที่นี่ทั้งหมด ในขณะที่สายการบินอื่น activity ทั้งหมดจะเกิดที่ต้นทาง เขาบินเข้ามาแล้วบินกลับได้รวดเร็ว... การบินไทยต้องทำทุกกิจกรรมที่ประเทศไทย นี่คือเหตุผลที่สายอื่นได้รับผลกระทบน้อยกว่า"
ตัดใจลดกำลังการผลิต 30–40%: ควบรวมไฟล์ต – ถ่ายโอนงานสายการบินลูกค้า
จากปัญหาเที่ยวบินดีเลย์สะสมเกือบ 100% การบินไทยจึงตัดสินใจประกาศปรับลดกำลังการผลิตลงตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อประคองเที่ยวบินที่เหลืออยู่ให้เดินทางได้ตรงเวลามากขึ้น โดยดำเนินมาตรการ ดังนี้
การปรับลดและควบรวมเที่ยวบิน สั่งยกเลิกบางเที่ยวบิน และโอนถ่ายผู้โดยสารไปยังเที่ยวบินอื่น โดยลดกำลังการผลิตลงประมาณ 30% – 40% (ยกตัวอย่างเส้นทางออกจากเชียงใหม่ที่มีประมาณ 110 เที่ยวบิน ปรับลดลงไปประมาณ 30 เที่ยวบิน)
การถ่ายโอนงานภาคพื้น ปรับเปลี่ยนด้วยการถ่ายโอนภาระการให้บริการภาคพื้นดินของสายการบินลูกค้า (Customer Airlines) ไปให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาช่วยดูแลแทน เพื่อลดภาระงานของการบินไทย
"ดีเลย์มันเกือบ 100% มีตรงเวลาไม่ถึง 3% ต้องยอมรับความจริงว่ากำลังการผลิตเราไม่สามารถจะยืนหยัดอยู่ได้ วันนี้ผมสั่งไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนให้ลดกำลังการผลิตลง... เราต้องยอมรับความจริง ลด capacity ตัวเองลงไปซะ เพื่อจะเอาไฟล์ทที่มีในปัจจุบันให้อยู่รอดให้ได้ และให้มันตรงเวลามากขึ้น"
ลุยเคลียร์กระเป๋า 5,600 ใบใน 72 ชม. และมาตรการ "Set Zero"
ในส่วนของปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างสะสม ซึ่งขณะนี้มียอดรวมอยู่ที่ประมาณ 5,600 ใบ การบินไทยตั้งเป้าหมายกู้วิกฤตให้เสร็จสิ้นภายใน 72 ชั่วโมง โดยวางแผนปฏิบัติ
1. การขนย้ายมาเทอร์มินัลด้านนอก ร่วมมือกับ AOT ขนย้ายกระเป๋าออกจากสายพานด้านในมาจัดวาง ณ อาคารผู้โดยสารด้านนอก โดยแบ่งเป็นโซนตามวันและเที่ยวบิน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่พารายบุคคลเข้าไปตรวจเช็กแท็กนัมเบอร์เพื่อรับกระเป๋ากลับ
2. มาตรการ "Set Zero" สำหรับเที่ยวบินใหม่ที่เดินทางมาถึง จะแยกกระเป๋าออกมาลำเลียงให้ผู้โดยสารรับกลับได้ทันที โดยไม่นำไปปะปนกับกระเป๋าตกค้าง 5,600 ใบเดิมอย่างเด็ดขาด
3. การจัดส่งถึงบ้าน 3 พันธมิตร จัดส่งกระเป๋าคืนตามที่อยู่หรือโรงแรมที่ลงทะเบียนผ่าน QR Code โดยเพิ่มพันธมิตรขนส่งเป็น 3 ราย (ผู้ให้บริการเดิม 2 ราย + ไปรษณีย์ไทย)
"ประเมินไว้เมื่อเช้า คิดว่า 72 ชั่วโมงนับจากเวลานี้ อย่างน้อยผมอยากจะเคลียร์กระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารที่ค้างอยู่ 5,600 ใบ ออกไปให้ได้... และต้องเซ็ตซีโร่ใหม่ กระเป๋าที่มาจากไฟลท์ใหม่ต้องอย่าให้มาปะปนกับ 5,000 กว่าใบนี้"
ผนึกกำลังทหาร 100 นาย – สยบข่าวลือประท้วง อัดฉีดจูงใจช่วยบ้านพนักงาน
สำหรับการแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังพล การบินไทยได้รับการสนับสนุนกำลังพลประมาณ 100 นาย จากกองทัพอากาศและกระทรวงกลาโหม เข้ามาช่วยเสริมในส่วนครัวการบิน , คลังสินค้า และการคัดแยกกระเป๋าใต้เทอร์มินัล พร้อมระดมพนักงาน Back-office จากสำนักงานใหญ่และเจ้าหน้าที่ AOT เข้ามาช่วยจับคู่สลากกระเป๋ากับที่อยู่ผู้โดยสาร
ขณะเดียวกัน CEO การบินไทย ได้สยบกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าพนักงานไม่ได้มีการประท้วงหรือปฏิเสธการทำงาน แต่ทุกคนประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนจริง ซึ่งการบินไทยได้อนุมัติเงินจูงใจพิเศษ พร้อมส่งทีมงานเข้าไปช่วยเหลือดูแลแก้ปัญหาน้ำท่วมถึงบ้านของพนักงานแต่ละคน เพื่อคลายความกังวลและดึงพนักงานกลุ่ม Skilled Labor กลับเข้าสู่ระบบ
"ผมยืนยันว่าพนักงานไม่ได้มีเจตนาเลวร้ายแบบนั้นนะครับ เขามีความจำเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแรงงานที่อยู่ในบ้านหลังเล็กหลังน้อยตามตรอกซอกซอย... วันนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของแต่ละบุคคล เราก็ต้องไปช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวของพนักงาน ให้เขาออกมาทำงานให้ส่วนรวมได้"
ตั้งโต๊ะจ่ายค่าชดเชย เริ่มบ่ายนี้
สำหรับมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร การบินไทยเตรียมเปิดจุด ตั้งโต๊ะจ่ายเงินชดเชย ให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบทั้งกรณีสัมภาระล่าช้าและเที่ยวบินดีเลย์ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยจะเริ่มติดตั้งจุดให้บริการในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งบริเวณพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร เพื่อเยียวยาผู้โดยสารโดยเร็วที่สุด
"บ่ายนี้จะมีการ Setup การตั้งโต๊ะ compensate ทั้งกระเป๋าและ flight delay ซึ่งเรามีเกณฑ์อยู่แล้ว ทั้งข้างนอกและข้างในเทอร์มินัล... วันนี้ผมขอแก้ปัญหาหน้างานก่อน"







