
“รมว.ท่องเที่ยว” อัดการบินไทย "ไม่พร้อมก็ลาออก" จี้แก้กระเป๋าตกค้าง
“รมว.ท่องเที่ยว” ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ จี้การบินไทยเร่งแก้ปัญหากระเป๋าผู้โดยสารตกค้าง หลังฝนตกหนักกระทบพนักงานขนสัมภาระ ส่งทหารกว่า 100 นายช่วยลำเลียง ห่วงกระทบเที่ยวบินและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
KEY
POINTS
- รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ตำหนิการบริหารจัดการของการบินไทย กรณีปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้างจำนวนมากที่สนามบินสุวรรณภูมิ
- สาเหตุเกิดจากพนักงานการบินไทยต้องไปบริการขนกระเป๋าให้สายการบินอื่นในเครือ ประกอบกับพนักงานไม่สามารถมาทำงานได้เนื่องจากฝนตกหนัก
- ได้มีการประสานขอกำลังทหารกว่า 100 นาย เข้ามาช่วยลำเลียงกระเป๋าที่ตกค้างเพื่อนำส่งให้กับนักท่องเที่ยว
- รมว.ท่องเที่ยว จี้ผู้บริหารการบินไทยให้ทำงานเชิงรุก หากไม่พร้อมทำงานก็ควรลาออก เพราะปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและชื่อเสียงของประเทศ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารสายการบินไทยตกค้างจำนวนมากที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงคมนาคม พบว่าการลำเลียงกระเป๋าของสายการบินไทยมีปัญหา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องไปรับบริการขนกระเป๋าให้กับสายการบินอื่นในเครือด้วย ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องรอรับสัมภาระเป็นเวลานาน บางรายรอมากกว่า 5-6 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ช่วงที่เกิดฝนตกหนักส่งผลให้พนักงานของบริษัทการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะพนักงานขนกระเป๋า ทำให้สัมภาระตกค้างสะสมเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันยังมีกระเป๋าตกค้างอยู่จำนวนมาก
ส่งทหารกว่า 100 นายช่วยขนกระเป๋า
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้ขอกำลังทหารกว่า 100 นายเข้ามาช่วยขนกระเป๋า และจะนำสัมภาระไปส่งให้กับนักท่องเที่ยวถึงโรงแรมที่พักและบ้านต่อไป โดยยอมรับว่าความชำนาญในการขนส่งกระเป๋าอาจไม่เท่ากับเจ้าหน้าที่ของสายการบินโดยตรง แต่คาดว่าจะสามารถจัดส่งกระเป๋าไปยังที่พักของนักท่องเที่ยวได้ภายใน 3-4 วัน ตามที่การบินไทยระบุ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความล่าช้าในการลำเลียงกระเป๋ายังส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินอื่น เนื่องจากเครื่องบินที่มีกระเป๋าสัมภาระตกค้างอยู่บนเครื่องไม่สามารถทำการบินต่อได้ ขณะที่กระเป๋าของผู้โดยสารขาออกก็ไม่สามารถลำเลียงขึ้นเครื่องได้ ส่งผลให้เที่ยวบินอื่นต้องเกิดความล่าช้าตามไปด้วย
“รมว.ท่องเที่ยว” ตำหนิการบริหารจัดการ
นายสุรศักดิ์กล่าวตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย กรณีนำเจ้าหน้าที่ของการบินไทยไปช่วยเหลือสายการบินอื่นในเครือเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ ส่งผลให้สถานการณ์ของสายการบินไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักในขณะนี้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้รับทราบปัญหาดังกล่าว และทราบว่าการบินไทยเริ่มกลับมาทำกำไรได้มากขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาด้านการจัดการกระเป๋าสัมภาระ จึงจำเป็นต้องมีการพูดคุยกับผู้บริหารการบินไทยอย่างจริงจัง
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมได้นำกำลังพลเข้ามาช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีอาหารและที่พักให้กับทหารที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ทหารต้องกลับไปรับประทานอาหารที่หน่วย ก่อนกลับมาช่วยลำเลียงกระเป๋าอีกครั้ง ขณะที่การบินไทยยังไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือ และไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเพียงพอ
“ผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ หรือคิดว่าใกล้จะครบวาระ จะไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ หากไม่พร้อมทำงานควรลาออกไปเลย เพราะวันนั้นที่ตนไปลงพื้นที่ ผมก็ยังรู้สึกกระวนกระวาย มากกว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่โดยตรง”
รมว.ท่องเที่ยวเผยเจอปัญหาด้วยตัวเอง
เมื่อถามถึงสาเหตุที่รัฐมนตรีมีท่าทีไม่พอใจกับสถานการณ์ดังกล่าว นายสุรศักดิ์กล่าวว่า ตนเองประสบปัญหาด้วยตัวเองเช่นกัน หลังเดินทางกลับจากเอเชียนเกมส์ก็ไม่ได้รับกระเป๋า และต้องขอไปรับภายหลัง
นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สะท้อนปัญหามายังตนว่าไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งที่หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ โดยนายสุรศักดิ์ระบุว่า ไม่สบายใจกับการทำงานของการบินไทย เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของสายการบินระดับประเทศ
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า ทราบว่าผู้บริหารการบินไทยใกล้จะครบวาระ หากไม่ต้องการทำงานก็ควรพิจารณาตัวเองโดยเร็ว เพื่อเปิดทางให้คนที่พร้อมทำงานเข้ามารับหน้าที่ พร้อมระบุว่า ขณะนี้สายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือการบินไทย
เสนอเรียกประชุมบอร์ดการบินไทย
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าวอีกว่า ปัจจุบันการบินไทยเป็นสายการบินเอกชนแล้ว แม้กระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ก็ตาม โดยเห็นว่าควรนำการบินไทยกลับมาเป็นของรัฐอีกครั้ง
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรเรียกประชุมคณะกรรมการการบินไทย เพื่อหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากการบินไทยกำลังจะกลับมาดำเนินงานได้ดี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องกลับมาเสียชื่อเสียงอีกครั้ง
ยันไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้างในสนามบิน
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวตกค้าง เนื่องจากสนามบินยังเปิดให้บริการตามปกติ และสายการบินยังทำการบินตามปกติ โดยไม่มีเที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศแล้ว
ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นความล่าช้าด้านเทคนิคของสายการบินไทย ซึ่งยังไม่พร้อมทำการบิน โดยประเด็นที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นห่วงในขณะนี้คือปัญหากระเป๋าสัมภาระของนักท่องเที่ยวที่ยังตกค้างอยู่






