
น้ำท่วมลาดกระบังยังวิกฤต กทม.เร่งดันน้ำคลองประเวศ 600 ลบ.ม./วินาที หวังคลี่คลาย 7 วัน
ชัชชาติเปิดแผนเร่งระบายน้ำลาดกระบัง ดัน 600 ลบ.ม./วินาที คาดชุมชนใช้เวลา 7 วัน เตือนน้ำท่วมเกิดซ้ำได้เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-อุโมงค์ผันน้ำ รับมือระยะยาว
KEY
POINTS
- สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลาดกระบังยังอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติม
- กทม. เร่งระบายน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ด้วยอัตรา 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยใช้เครื่องผลักดันน้ำจากหลายหน่วยงาน
- คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วันในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดกระบังที่ยังคงวิกฤตอยู่ ว่า เมื่อคืนมีฝนตกลงมาเติม 60 มิลลิเมตรทางด้านตะวันออกตั้งแต่มีนบุรีลงมาลาดกระบัง ซึ่งถือว่าน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมามาก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาฝนตกลงมา 200 มิลลิเมตร เมื่อสักครู่กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า 3 วันหลังจากนี้ไปปริมาณฝนจะลดน้อยลง ซึ่งก็จะเป็นจังหวะที่ดีในการเร่งระบายน้ำ
โดยสถานการณ์น้ำหลักโดยเฉพาะในพื้นที่คลองแสนแสบดีขึ้น ช่วยดึงน้ำแถวคลองจั่น บางกะปิได้ ส่วนคลองเปรมประชากรสถานการณ์ดีขึ้น จะเห็นได้จากปริมาณน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มคลี่คลาย ส่วนพื้นที่ที่ยากที่สุดคือคลองประเวศบุรีรมย์ ที่ต้องดึงน้ำจากลาดกระบัง มายังคลองสูบน้ำพระโขนง ที่มีความคดเคี้ยวค่อนข้างมาก โดยที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีเครื่องช่วยผลักดันน้ำ เช่น กรมชลประทาน ทหารเรือ มาช่วยสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์สู่ประตูระบายน้ำที่พระโขนง
หลักการระบายน้ำต้องเร็ว
หลักการระบายน้ำต้องเร่งให้เร็วที่สุด โดยสามารถดูดน้ำได้วินาทีละประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร และทุกเครื่องสูบน้ำก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึ่งคลองหลักจะใช้เวลาในการผลักดันน้ำประมาณ 2 วัน แต่ในชุมชนต้องทยอยเอาออกคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน
นายชัชชาติ ยังกล่าวต่อไปอีกถึงพื้นที่รังน้ำบึงหนองบอนว่า ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำเข้าไปยังบึงหนองบอนมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติโครงการทำอุโมงค์ผันน้ำไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเชื่อมจากคลองประเวศเข้าสู่บึงหนองบอน ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้บึงหนองบอนสามารถบรรเทาสถานการณ์น้ำได้เพียงรอบๆ ถนนเฉลิมพระเกียรติ และในพื้นที่เป็นหลัก แต่ในอนาคตหากโครงการแล้วเสร็จก็จะสามารถช่วยได้มากขึ้น
สำหรับการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม โดยทุกเขตจะต้องทำข้อมูลผู้ที่ต้องการรับการช่วยเหลือ ทั้วผู้ป่วยติดเตียง อาหาร ซึ่งคาดการณ์ว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมีอยู่ประมาณ 6-7 หมื่นคน ที่ต้องการรับอาหาร โดยทุกเขตจะต้องรับผิดชอบพื้นที่ของตนเอง
ส่วนหลักเกณฑ์การชดเชยเยียวยานั้น จะยังคงใช้หลักของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เนื่องจากมีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ประชาชนก็สามารถเก็บหลักฐานต่างๆเพื่อรับการเยียวยาต่อไป โดยถือว่าเป็นหลักการปกติที่เราทำ แต่จะมีการเยียวยาพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องรอรัฐบาลพิจารณา
แนะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ดี หากถามว่าหลังจากนี้คาดการณ์ว่าจะมีน้ำท่วมอีกหรือไม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คงคาดการณ์ไม่ได้ แต่น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนัก โดยมีปริมาณใกล้เคียงกับเหตุเช่นเดียวกับที่หาดใหญ่ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อาจเกิดขึ้นได้อีก จะเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้าก็ไม่รู้ เป็นสิ่งที่ต้องระวังและวางแผนในระยะยาว โดยจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเช่นอุโมงค์ผันน้ำ ที่จะเชื่อมโยงไปจุดต่างๆได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมย้ำว่าหลังจากนี้จะต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด







