thansettakij
thansettakij
เตือน 4 จังหวัดรับมือน้ำ ประแสร์ล้น 112% กาญจนบุรี-เพชรบุรีจ่อระบายเพิ่ม เร่งอพยพพื้นที่เสี่ยง

เตือน 4 จังหวัดรับมือน้ำ ประแสร์ล้น 112% กาญจนบุรี-เพชรบุรีจ่อระบายเพิ่ม เร่งอพยพพื้นที่เสี่ยง

28 ก.ย. 69 | 06:14 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 06:14 น.

รัฐเตือนพื้นที่เสี่ยง ประแสร์น้ำเกินความจุ 112% ต้องระบายผ่านสปิลเวย์ กาญจนบุรี-เพชรบุรีเร่งรับมือมวลน้ำเหนือ ขณะที่ กทม.เริ่มคลี่คลาย

KEY

POINTS

  • อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง มีปริมาณน้ำเกินความจุ 112% ทำให้ต้องระบายน้ำออก เตือนให้เฝ้าระวังผลกระทบใน อ.แกลง
  • จ.เพชรบุรี เตรียมเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน แจ้งเตือน 4 อำเภอ ได้แก่ แก่งกระจาน, ท่ายาง, บ้านลาด และ อ.เมือง ให้เตรียมรับมือ
  • แจ้งเตือนประชาชนใน อ.หนองปรือ และ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมอพยพในพื้นที่เสี่ยง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลภาคตะวันออก และภาคตะวันตกของไทย โดยสาเหตุน้ำท่วมสืบเนื่องจากการระบายน้ำได้น้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกลงมา 

ซึ่งปัจจุบันปริมาณฝนใน กทม.ไม่หนัก และจะเคลื่อนไปที่ฝั่งตะวันตกของกทม. และในวันที่ 29 ก.ย.นี้ จะเหลือพื้นที่ฝนตกน้อยมากในกทม. ขณะเดียวกันการระบายน้ำในพื้นที่ กทม.ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และหลายพื้นที่กลับเป็นปกติแล้ว

บางชุมชนน้ำท่วมยังสูง

อย่างไรก็ดี ยังมีบางชุมชนที่ยังสูง เช่น เคหะร่มเกล้า, คลองจั่น ลาดพร้าว ,รามคำแหง 24 ฯ ซึ่งเกิดจากการระบายน้ำที่ออกไปสู่แม่น้ำบางปะกงมีความยาก และยังคงเร่งระบายอย่างต่อเนื่อง 

ส่วนพื้นที่ฝั่งธนบุรีปริมาณน้ำจะไม่เท่ากับช่วงสองวันที่ผ่านมา ดังนั้นการระบายน้ำลงเจ้าพระยาจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า

สำหรับกลุ่มฝนใน กทม.ปัจจุบันเคลื่อนต่อไปทางภาคตะวันตก ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้ทั้งเขื่อนวชิราลงกรณ์ และเขื่อนศรีนครินทร์ ยังมีศักยภาพในการรับน้ำอยู่มากพอสมควร และได้ลดการระบายน้ำลงเพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำไม่เอ่อไปถึงประชาชน ส่วนน้ำที่จะไหลต่อลงแม่น้ำกลอง ไปจ.ราชบุรี ต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกัน

จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่ อ.หนองปรือ และอ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ติดตามประกาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเตรียมในการอพยพเคลื่อนย้าย และ จ.เพชรบุรี 4 อำเภอ คือ แก่งกระจาน ,ท่ายาง,บ้านลาดและอำเภอเมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีฝนที่ตกในเขื่อนแก่งกระจาน จึงต้องเพิ่มการระบายน้ำ ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำและริมน้ำให้เตรียมตัวและฟังข้อมูลจากหน่วยงานข้อมูล อย่างใกล้ชิด

ระยองยังมีกลุ่มฝน

ส่วนสถานการณ์น้ำภาคตะวันออกที่ จ.ระยอง ยังมีกลุ่มฝนอยู่ ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำประแสร์ มีกว่า 330 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 112% ของความจุอ่างเก็บน้ำ ทำให้ต้องระบายน้ำผ่านสปริลเวย์ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังผลกระทบที่ อ.แกลง ด้านอ่างเก็บน้ำเขาจุก ที่มีการแชร์กันว่ากำลังจะแตกนั้น จากการตรวจสอบพบว่าตัวเขื่อนดินไม่แตก แต่หูสปิลเวย์ฝั่งขวาได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ โดยกรมชลประทาน ได้เข้าไปแก้ไขอยู่ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลประกาศอย่างใกล้ชิด

เตือน 4 จังหวัดรับมือน้ำ ประแสร์ล้น 112% กาญจนบุรี-เพชรบุรีจ่อระบายเพิ่ม เร่งอพยพพื้นที่เสี่ยง

 

ในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่ จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ระยอง ยังมีกลุ่มฝนตกอย่างต่อเนื่องแม้ปริมาณน้ำจะลดลงแล้ว แต่ขอให้ประชาชนประสานกับหน่วยงานในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อน ว่าสามารถกลับเข้าบ้านเรือนได้หรือไม่ โดยเฉพาะที่ ต.ทุ่งความกิน อ.แกลง อ.วังจันทน์ และอ.เขาชะเมา ต้องพิจารณาให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยก่อน หากยังไม่ทราบข้อมูลให้ติดต่อสายด่วนปภ.1784 เพื่อติดตามสถานการณ์

ด้านการฟื้นฟูเยียวยา จะแยกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกทางพื้นที่ที่ได้ผลกระทบจะรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอของงบประมาณในการเยียวยาต่อไป ในส่วนการเยียวยาของ กทม.จะอยู่ในหลักเกณฑ์ของ กทม. ที่ผู้ว่าฯกทม.จะดำเนินการ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด ทั้งนี้ในวันที่ 29 ก.ย. จะนำเสนอกรอบวงเงินเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยต้องรอตัวเลขที่ชัดเจนจาก กทม.อีกครั้ง ขอย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กทม. จะดำเนินการเต็มที่เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตหลังน้ำท่วมได้ตามปกติ