
น้ำท่วมกระทบปศุสัตว์ 7.15 แสนตัว “สุริยะ” เร่งสำรวจเยียวยาตามเกณฑ์ปี 2569
กรมปศุสัตว์เปิดตัวเลขผลกระทบน้ำท่วม 10 จังหวัด เกษตรกรเดือดร้อน 2,313 ราย สัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมกว่า 7.15 แสนตัว พบตาย-สูญหายแล้ว 20,024 ตัว พร้อมอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงกว่า 3.81 แสนตัว “สุริยะ” สั่งสำรวจความเสียหายด่วน เพื่อเยียวยาตามเกณฑ์ปี 2569
KEY
POINTS
- อุทกภัยส่งผลกระทบต่อปศุสัตว์กว่า 7.15 แสนตัวใน 10 จังหวัด โดยมีสัตว์ตายและสูญหายเบื้องต้นกว่า 20,000 ตัว
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ สั่งการกรมปศุสัตว์เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
- การเยียวยาความเสียหายจะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังปี 2569 โดยจะชดเชยกรณีสัตว์ตายหรือสูญหายตามชนิดและอายุ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมปศุสัตว์เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์และเร่งสำรวจความเสียหายด้านปศุสัตว์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2569
น้ำท่วมกระทบ 10 จังหวัด เกษตรกร 2,313 ราย
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 จนถึงปัจจุบัน พบพื้นที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานีครอบคลุม 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,313 ราย มีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวม 715,370 ตัว ประกอบด้วย
- โค 3,358 ตัว
- กระบือ 2,460 ตัว
- สุกร 8,075 ตัว
- แพะ/แกะ 2,202 ตัว
- สัตว์ปีก 699,275 ตัว
- แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ 267 ไร่
พบสัตว์ตาย–สูญหายกว่า 2 หมื่นตัว
สำหรับความเสียหายเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหายใน 2 จังหวัด ได้แก่ ระยอง และแม่ฮ่องสอน รวม 20,024 ตัว ประกอบด้วย โค 1 ตัว กระบือ 1 ตัว และสัตว์ปีก 20,022 ตัว กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างเร่งสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลความเสียหายตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเสียหายของเกษตรกรแต่ละรายก่อนเข้าสู่กระบวนการเยียวยา
เร่งอพยพสัตว์กว่า 3.8 แสนตัว
ขณะเดียวกัน กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดหาอาหารสัตว์ อพยพสัตว์ และดูแลสุขภาพสัตว์ โดยมีผลการดำเนินงานเบื้องต้น ได้แก่
- แจกจ่าย หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 22,000 กิโลกรัม
- อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว 381,131 ตัว
- สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 6,519 ชุด ประกอบด้วยแร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ และวิตามิน
- แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์
- จัดส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่ประสบภัย
เปิดเกณฑ์เยียวยาปศุสัตว์ปี 2569
ด้านการเยียวยาความเสียหาย กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตาม ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งครอบคลุมการช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ กรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย โดยกำหนดอัตราช่วยเหลือตามชนิดและอายุของสัตว์ รวมถึงกำหนดจำนวนสูงสุดที่สามารถขอรับความช่วยเหลือต่อราย
อัตราช่วยเหลือที่สำคัญ
- โค ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 13,000–35,000 บาท ตามช่วงอายุ สูงสุดไม่เกิน 5 ตัวต่อราย
- กระบือ ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 15,000–39,000 บาท ตามช่วงอายุ สูงสุดไม่เกิน 5 ตัวต่อราย
- สุกร ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท ตามช่วงอายุ สูงสุดไม่เกิน 10 ตัวต่อราย
- แพะ/แกะ ช่วยเหลือตัวละไม่เกิน 1,500–3,000 บาท ตามช่วงอายุ สูงสุดไม่เกิน 10 ตัวต่อราย
ส่วน สัตว์ปีก อัตราช่วยเหลือจะแตกต่างกันตามชนิดและช่วงอายุ ทั้งไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ ไก่เนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ/เป็ดเทศ และนกระทา โดยกำหนดจำนวนสูงสุดที่ช่วยเหลือต่อรายแตกต่างกันตามประเภทสัตว์ และสำหรับ แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ กรณีได้รับความเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ กำหนดอัตราช่วยเหลือ ไร่ละ 3,180 บาท สูงสุดไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย
กรมปศุสัตว์เร่งช่วยจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย
นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า กรมปศุสัตว์จะติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน ทั้งการจัดหาอาหารสัตว์ การอพยพสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการสำรวจความเสียหาย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป







