thansettakij
thansettakij
พลังงานจ่อหั่นภาษีน้ำมัน เล็ง B20-E20 ก่อน ลดต้นทุน 6-7 บาท/ลิตร

พลังงานจ่อหั่นภาษีน้ำมัน เล็ง B20-E20 ก่อน ลดต้นทุน 6-7 บาท/ลิตร

26 ก.ย. 69 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ย. 69 | 07:48 น.

จ่อหั่นภาษี B20-E20 เอกนัฏเปิดทางลดต้นทุนหน้าปั๊ม 6-7 บาทต่อลิตร หากน้ำมันโลกยังพุ่ง เล็งช่วยเกษตรกร ก่อนพิจารณา B7 ยันดูแลไม่ให้แพงกว่าภูมิภาค

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานเตรียมพิจารณาใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อรับมือวิกฤตราคาพลังงานโลก
  • จะเริ่มพิจารณาลดภาษีให้กับน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และ E20 เป็นลำดับแรก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
  • การลดภาษีดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้ประมาณ 6-7 บาทต่อลิตร
  • หากมาตรการยังไม่เพียงพอ จึงจะพิจารณาลดภาษีน้ำมันดีเซล B7 ในลำดับถัดไป

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้เตรียมมาตรการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่กลับมาผันผวนอีกครั้ง โดยเฉพาะการดูแลราคาน้ำมันดีเซลผ่าน 3 กลไก เพื่อรับแรงกระแทกจากราคาพลังงานโลก ประกอบด้วย 

  • ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
  • การลดราคาหน้าโรงกลั่น หรือค่าการกลั่น 
  • การลดภาษีสรรพสามิต 

โดยขณะนี้ใช้ 2 กลไกในการดูแลราคาน้ำมัน คือ ใช้กองทุนฯ ซึ่งล่าสุดติดลบไปแล้วกว่า 90,000 ล้านบาท และนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เป็นส่วนลดแล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท

ยังไม่ได้ใช้กลไกลภาษีสรรพสามิต

ส่วนกลไกที่ 3 ยังไม่ได้ใช้ คือ การลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งตอนนี้เก็บอยู่ประมาณลิตรละ 6 - 7 บาท แล้วแต่ประเภทน้ำมันยังไม่ได้นำมาใช้ในวิกฤตครั้งนี้ ต่างจากช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนที่ลดภาษีตดังกล่าวเหลือ 0 บาท 

พลังงานจ่อหั่นภาษีน้ำมัน เล็ง B20-E20 ก่อน ลดต้นทุน 6-7 บาท/ลิตร

 

“หากเวลานั้นใช้ทุกกลไกไปตั้งแต่ต้นวิกฤต ตอนนี้ก็จะไม่มีเครื่องมือเหลือให้ใช้แล้ว โดยตอนนี้กระทรวงพลังงาน จะดูแลราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล เนื่องจากเป็นน้ำมันเศรษฐกิจ ที่ใช้ในการขนส่ง ซึ่งในส่วนของดีเซลหมุนเร็วทั่วไป (B7) ยังระบุตัวเลขที่จะตรึงไม่ได้ เพราะหากบอกไปว่าตรึงราคาเท่าไร เดี๋ยวก็เกิดการกักตุนขาดตลาดอีก แต่จะพยายามดูแลไม่ให้แพงกว่ามาเลเซีย รวมทั้งในภูมิภาค ซึ่งเวลาอยู่ที่ประมาณลิตรละ 44 - 45 บาท ขณะที่ไทยอยู่ที่ประมาณลิตรละ 41.44 บาท ถ้ามาเลเซียลดของไทยก็จะลดลงด้วย”  

ขณะที่ดีเซล B20 ซึ่งผสมน้ำมันปาล์ม 20% ตั้งใจให้ราคาไม่เกินลิตรละ 37 บาท เวลานี้อยู่ที่ลิตรละ 36.44 บาท โดยได้ส่งเสริมให้รถบรรทุก รถกระบะขนส่งมาเติมน้ำมันชนิดดังกล่าว ซึ่งจะได้ช่วยเกษตรกรด้วย และยืนยันว่าไม่ได้อ้างอิงราคาสิงคโปร์มาหลายเดือนแล้ว  

“หากต้องลดภาษี จะเริ่มที่ B20 – E20 เพื่อช่วยเกษตรกรไทย ดีกว่าช่วยพ่อค้าตะวันออกกลาง ซึ่งได้หารือกับรมว.คลัง แล้ว หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตให้น้ำมันที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ คือ B20 และE 20 ก่อน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนหน้าปั๊มลดลงประมาณลิตรละ 6 - 7 บาท หากยังไม่พอจึงจะพิจารณาลดภาษีดีเซล B7 ต่อ เพราะอย่างน้อยหากจะต้องใช้น้ำมันแพง ก็ช่วยให้เกษตรกรที่ปลูกปาล์มได้ราคาดี ให้เกษตรกรที่ปลูกอ้อย ปลูกมัน ดีกว่าไปอุดหนุนพวกพ่อค้าจากตะวันออกกลางที่มาขายน้ำมันไม่ดีกว่าหรือ ซึ่งตอนที่เข้ามารับตำแหน่ง กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่แล้วประมาณ 65,000 ล้านบาท ตอนนี้ติดลบเกิน 90,000 ล้านบาท อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลใช้อำนาจพิเศษลดราคาหน้าโรงกลั่นลงลิตรละ 4 บาททุกวัน และจะทำต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นเดือนต.ค. ตอนนี้ดึงเงินจากค่าการกลั่นกลับมาได้แล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท”

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงซ้อนกันทั้งรัสเซีย-ยูเครน ช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง ราคาน้ำมันดิบดูไบเคยขึ้นไปถึง 130 เหรียญต่อบาร์เรล ก่อนลงมาอยู่ที่เกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งแพงกว่าช่วงรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่รวมค่าขนส่งและค่าประกันที่สูงขึ้น โดยยืนยันว่าหากสถานการณ์คลี่คลาย จะลดให้ทันที