
ทีเส็บดันสินค้า EEC เข้าไมซ์ ปั้น 40 SMEs ชิงตลาดของที่ระลึก 2,100 ล้าน
เปิด 4 ขุมทรัพย์สินค้า EEC ทีเส็บดันอาหาร-สิ่งทอ-คราฟต์-สุขภาพ เจาะตลาดไมซ์ 2,100 ล้าน ลุ้น 200 คู่เจรจา สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 8 ล้านทันที
KEY
POINTS
- ทีเส็บ (TCEB) ส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ EEC เข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เพื่อแข่งขันในตลาดของที่ระลึกซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 2,100 ล้านบาท
- โครงการมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ EEC จำนวน 40 ราย ครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
- ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ, การประกวดแนวคิดผลิตภัณฑ์ และการจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด
นางสาวปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลางและภาคตะวันออก ทีเส็บ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการส่งเสริมศักยภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่อีอีซี (EEC) เข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ (EEC MICE Product Premium)
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยการใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกเชื่อมโยงการพัฒนาเมือง การลงทุน และเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกัน ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการชุมชน ผู้ให้บริการ โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้จัดงานและเมืองเจ้าภาพ ซึ่งทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์ร่วมกันจากการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจฐานราก
และเป็นเครื่องมือกระจายรายได้สู่ชุมชนได้จริง ผ่านการเชื่อมโยงสินค้า บริการ และอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การจัดงานในประเทศไทย โดยในปีงบประมาณ 2569 อุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ EEC สามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในช่วงสามไตรมาสแรกได้มากกว่า 1,300 ล้านบาท
“ตลาดของที่ระลึกสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,100 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดนักเดินทางชาวไทยประมาณ 1,700 ล้านบาท และนักเดินทางต่างชาติประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าชุมชนไทยยังมีโอกาสอีกมากในการก้าวเข้าสู่ตลาดนี้ ความร่วมมือระหว่างทีเส็บ และสถาบันอาหารในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสามารถเดินคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น แต่คือ ผู้ประกอบการที่พร้อมแข่งขันในตลาดใหม่”
ต่อยอดผ่าน 4 แนวทาง
ทีเส็บมุ่งต่อยอดโครงการผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย
- ขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนเข้าสู่ตลาดไมซ์ ด้วยการพัฒนามาตรฐาน การออกแบบ และการเชื่อมโยงตลาดอย่างต่อเนื่อง
- เชื่อมโยงเมืองไมซ์กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ให้ทุกเมืองใช้วัฒนธรรม อาหาร และผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นจุดแข็งในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง
- ผลักดันความยั่งยืนให้เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของผู้จัดงานจากทั่วโลก
- สร้างความร่วมมือระยะยาวกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพราะความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจากการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และชุมชน
นางสาวอรุณี อุสาหะ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการ สถาบันอาหาร กล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายในการยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ EEC ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้พร้อมเข้าสู่ตลาดไมซ์ โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ EEC เข้าร่วมจำนวน 40 ราย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 17 ราย กลุ่มสิ่งทอ 9 ราย กลุ่มงานคราฟต์และหัตถกรรม 10 ราย และกลุ่มสมุนไพรและสุขภาพ 4 ราย
การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวแบ่งเป็น 3 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1.การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ EEC MICE Product Premium ,2.การประกวดแนวคิดผลิตภัณฑ์ EEC MICE Product Premium Award ,3การจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม กับผู้ซื้อในอุตสาหกรรมไมซ์และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเกิดการเจรจามากกว่า 200 คู่ธุรกิจ ประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ทันทีไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท







