thansettakij
thansettakij
มาบตาพุดเฟส 3 คืบหน้า 33.53% กนอ.เร่งพัฒนา 1,000 ไร่ เสริมฮับพลังงาน EEC

มาบตาพุดเฟส 3 คืบหน้า 33.53% กนอ.เร่งพัฒนา 1,000 ไร่ เสริมฮับพลังงาน EEC

25 ก.ย. 69 | 04:57 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.ย. 69 | 04:57 น.

มาบตาพุดเฟส 3 ลงทุน 5.54 หมื่นล้านบาท ท่าเรือก๊าซคืบ 33.53% เร่งเสริมความมั่นคงพลังงาน เผยยอดขายนิคม 6,000 ไร่ ผนึก AI เร่ง FDI ปักหมุดอุตสาหกรรมอนาคต

KEY

POINTS

  • โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแล้ว 33.53%
  • การดำเนินงานช่วงที่ 1 ในส่วนของการขุดลอกและถมทะเลพื้นที่ 1,000 ไร่ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
  • โครงการมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และผลักดันให้เป็นศูนย์กลางพลังงาน (Energy Hub) ในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ว่า โครงการดังกล่าวมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 55,400 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ 

โดยในส่วนของช่วงที่ 1 งานโครงสร้างพื้นฐาน (การขุดลอกและถมทะเล 1,000 ไร่) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) ได้แล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่ รวมถึงได้รับการรับรองจาก กนอ. เรียบร้อย 

ทั้งนี้ เอกชนคู่สัญญาได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างท่าเรือก๊าซ (ในพื้นที่แปลง B) ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 และจากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 พบว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปแล้วถึง 33.53 % สำหรับการดำเนินงานช่วงที่ 2 

ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ท่าเรือสินค้าเหลว (แปลง A) ขนาด 200 ไร่ และพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (แปลง C) ขนาด 150 ไร่ รวมเป็น 350 ไร่นั้น กนอ. ได้ทบทวนและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้นำเสนอขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินโครงการจากรูปแบบ PPP เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน กพอ. ได้ลงนามในหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และปัจจุบันได้รวบรวมบรรจุเป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 

รับเทคโนโลยีชั้นสูง

ด้านความพร้อมของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC อำเภอเมือง จังหวัดระยอง บนพื้นที่รวมกว่า 1,383.76 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่ ได้รับการพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart & Green Industry) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

โดยขณะนี้งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนน ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารใต้ดิน ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมรองรับการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของผู้ประกอบการทันที ในมิติข้อมูลเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีพื้นที่อุตสาหกรรมให้เช่าแล้ว 70.45 ไร่ และมีพื้นที่จองรวม 106.37 ไร่ (คงเหลือให้เช่า 551.10 ไร่) 

มาบตาพุดเฟส 3 คืบหน้า 33.53% กนอ.เร่งพัฒนา 1,000 ไร่ เสริมฮับพลังงาน EEC

 

อีกทั้ง กนอ. ได้ออกประกาศ กนอ. ที่ 46/2569 กำหนดมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพื่อเร่งรัดการลงทุน โดยมอบสิทธิพิเศษยกเว้นค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก นับจากวันทำสัญญา และยกเว้นค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปีแรก นับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ

และนิคมอุตสาหกรรม Smart Park ยังมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยอาคารสำนักงานนิคมฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (TREES-NC) ระดับ Platinum ด้วยคะแนน 61 คะแนน และนำปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกมาใช้ในงานก่อสร้างเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก

9 เดือนขายพื้นที่รวม 6,000 ไร่

นายสุเมธ ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - กันยายน 2569) ว่า กนอ. มีผลงานและความคืบหน้าที่สำคัญสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมการขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศสามารถกวาดยอดขายพื้นที่รวมได้ประมาณ 6,000 ไร่ โดยเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ตอบโจทย์การดำเนินนโยบาย FDI (Foreign Direct Investment) หรือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศในแถบยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น 

มาบตาพุดเฟส 3 คืบหน้า 33.53% กนอ.เร่งพัฒนา 1,000 ไร่ เสริมฮับพลังงาน EEC

 

นอกจากนี้ กนอ.ยังได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็น “FDI Acceleration Platform”เต็มรูปแบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและการขายแบบบูรณาการ (Salesforce และ AI Agentforce) เข้ามาขับเคลื่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบแปลงที่ดินผ่านระบบ GIS รองรับการใช้งานถึง 4 ภาษา (ไทย, อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น) ตลอด 24 ชั่วโมง และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ e-PP และ SAP เพื่อออกสัญญาและใบอนุญาตได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001 และ GDPR) 

กนอ. มุ่งขับเคลื่อนภารกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 โดยจะยังคงเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อผลักดันให้พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) เป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป