
กบข.ผนึกพันธมิตรสกัดมิจฉาชีพเจาะเงินออมข้าราชการ เปิด Whoscall ฟรี 1.5 ล้านสิทธิ์
กบข. ผนึกพันธมิตร “DPA-NITMX-Whoscall” ป้องกันเชิงรุก ภัยการเงิน-อาชญากรรมดิจิทัล สกัดมิจฉาชีพเจาะเงินออมข้าราชการเกษียณ เปิด Whoscall Premium ฟรี 6 เดือน 1.5 ล้านสิทธิ์
KEY
POINTS
- กบข. ร่วมมือกับ DPA, NITMX และ Whoscall เพื่อเสริมสร้างความรู้และป้องกันสมาชิกข้าราชการจากการถูกหลอกลวงทางการเงิน
- มอบสิทธิ์ใช้งานแอปพลิเคชัน Whoscall Premium ฟรี 6 เดือน จำนวน 1.5 ล้านสิทธิ์ ให้แก่สมาชิก กบข. เพื่อช่วยคัดกรองเบอร์โทรและข้อความเสี่ยง
- โครงการมุ่งเน้นการปกป้องเงินออมของข้าราชการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีเงินออมสูงและตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ
- สมาชิกสามารถรับโค้ดเพื่อใช้งาน Whoscall ฟรีได้ผ่านแอปพลิเคชันของ กบข.
นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ร่วมกับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มแอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) และบริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Whoscall ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเสริมสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล เพื่อยกระดับทักษะป้องกันภัยทางการเงินให้สมาชิก กบข. และประชาชน
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะด้าน Digital Literacy และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เพื่อลดโอกาสตกเป็นเหยื่อและป้องกันความเสียหายทางการเงิน
เปิด Whoscall ฟรี 1.5 ล้านสิทธิ์
ขณะเดียวกัน กบข. ได้เปิดสิทธิ์ใช้งาน Whoscall Premium ฟรี 6 เดือน จำนวน 1.5 ล้านสิทธิ์ ให้สมาชิก โดยสามารถรับโค้ดผ่านแอปพลิเคชัน กบข. เพื่อใช้ตรวจสอบและคัดกรองสายโทรศัพท์ ข้อความ และลิงก์ที่มีความเสี่ยง รวมถึงช่วยบล็อกสายสแปม
นายศรพล กล่าวว่า กบข. ให้ความสำคัญกับข้าราชการเกษียณ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเงินออมสะสมจากการทำงานจำนวนมาก โดยปีนี้มีข้าราชการเกษียณประมาณ 16,000 คน มีเงินออมเฉลี่ย 1.5 ล้านบาทต่อคน จึงต้องเร่งสร้างทั้งเครื่องมือป้องกันและความรู้ เพื่อไม่ให้เงินออมหลังเกษียณตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ
ทั้งนี้ กบข. จะนำหลักสูตรและสื่อจากกรณีศึกษาจริงเผยแพร่ไปยังสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน โดยเน้นหลัก “ฉุกคิด ตั้งคำถาม ตรวจสอบก่อนโอน” โดยเฉพาะกรณีมีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงินโทรมาเร่งให้โอนเงิน ควรหยุดการสนทนาและติดต่อหน่วยงานผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง
“การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Retirement Academy ที่ กบข. พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในทุกช่วงวัย และขยายการให้ความรู้ในทุกมิติเพื่อให้สมาชิกก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”
เปิดกลโกงมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ
สำหรับกลโกงที่ กบข. เฝ้าระวัง คือการสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อเกิดความกลัว เช่น โทรศัพท์อ้างว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือคดีความ ก่อนกดดันให้รีบดำเนินการเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จากนั้นย้ายการสนทนาไปยังแอปพลิเคชันแชต พร้อมส่งเอกสารหรือภาพปลอมที่อ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงิน และหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีที่อ้างว่าใช้สำหรับตรวจสอบ
นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังใช้ AI ปลอมเสียง ปลอมเอกสาร รวมถึงกลโกงพัสดุตกค้างและลิงก์หลอกลวง ทำให้เหยื่ออาจไม่ได้ถูกแฮกบัญชีโดยตรง แต่ถูกหลอกให้เป็นผู้ทำธุรกรรมด้วยตัวเอง
NITMX จับพฤติกรรมบัญชีต้องสงสัย
นายฉัตรชัย ดุษฎีโหนด กรรมการผู้จัดการ NITMX กล่าวว่า NITMX จะสนับสนุนการป้องกันในระดับโครงสร้างการเงิน ผ่านระบบตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมการไหลของเงิน เพื่อประเมินความเสี่ยงของบัญชีต้องสงสัย
“ระบบจะพิจารณาพฤติกรรม เช่น เงินโอนเข้ามาแล้วถูกโอนออกอย่างรวดเร็ว บัญชีที่แทบไม่มีธุรกรรมปกติแต่มีรายการโอนออกจำนวนมาก หรือบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีจำนวนมากผิดปกติ เพื่อช่วยค้นหาสัญญาณความเสี่ยงก่อนเกิดความเสียหาย”
9 เดือน สูงวัยตกเป็นเหยื่อกว่า 3 พันล้านบาท
นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ก.ย. 2569 มีข้อมูลผู้สูงอายุที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการหลอกลวงรวมมูลค่าประมาณ 3,150 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% ของความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน สถิติการหลอกลวงผ่าน SMS ในปีที่ผ่านมามีสูงถึง 38 ล้าน SMS ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหลักในการกระจายลิงก์หลอกลวงวงกว้าง สะท้อนว่าภัยหลอกลวงทางโทรศัพท์ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ประชาชนต้องเฝ้าระวัง
ผนึกกบข. ป้องกันภัยเชิงรุก
นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) กล่าวว่า ตั้งแต่กลางปี 2567 เป็นต้นมา Call Center ของ สคฝ. ได้รับแจ้งเหตุการแอบอ้างชื่อสถาบันฯ เพื่อหลอกลวงรวมประมาณ 270 เคส โดยมีสัดส่วนผู้แจ้งเหตุที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ข้าราชการ หรือผู้เกษียณอายุสูงถึง 30% – 40%
“จากจำนวน 270 กว่าเคส มีเคสที่เกิดความสูญเสียทางการเงินจริงจำนวน 24 เคส โดยมีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่ 500 บาท ไปจนถึงสูงสุดประมาณ 400,000 บาท”
สำหรับความร่วมมือกับ กบข. จะต่อยอดจากการให้ความรู้เรื่องการคุ้มครองเงินฝากไปสู่การป้องกันภัยทางการเงินเชิงรุก โดยเน้นให้สมาชิกตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจและป้องกันเงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน







