thansettakij
thansettakij
สทนช.เตือน 26 จังหวัด ฝนถล่ม 11-13 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

สทนช.เตือน 26 จังหวัด ฝนถล่ม 11-13 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

10 ก.ย. 69 | 10:11 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ย. 69 | 10:42 น.

สทนช.เตือน 11-13 ก.ย. ฝนถล่ม 26 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เช็คด่วน มีจังหวัดไหนบ้าง เสี่ยง รีบรับมือด่วน

KEY

POINTS

  • สทนช. ออกประกาศเตือน 26 จังหวัดทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 11-13 กันยายน
  • สาเหตุเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านหลายภาคและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
  • พื้นที่เสี่ยงครอบคลุมหลายภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้
  • มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตร และเตรียมช่วยเหลือประชาชน

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ออกประกาศฉบับที่ 3/2569 (เพิ่มเติม) เตือน 26 จังหวัดทั่วประเทศ เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ช่วง 11-13 กันยายน 2569 หลังร่องมรสุมพาดผ่านหลายภาคประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรงขึ้น ส่งผลให้ไทยมีฝนเพิ่มและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

เปิดพื้นที่เสี่ยง 11-13 ก.ย.69

โดยเฉพาะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ สทนช.จึงวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากข้อมูลคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) รวมถึงการประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง และดินโคลนถล่มจากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี

เปิดรายชื่อ 26 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม 

  • ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย สุโขทัย และเพชรบูรณ์แม่ฮ่องสอน: อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เชียงราย: อ.แม่ลาว เมืองเชียงราย ป่าแดด เวียงชัย แม่สาย และเทิง สุโขทัย: อ.ศรีสัชนาลัย เพชรบูรณ์: อ.ศรีเทพ วิเชียรบุรี และน้ำหนาว
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี เลย: อ.ภูกระดึง ท่าลี่ และภูหลวง ขอนแก่น: อ.ภูผาม่าน น้ำพอง เวียงเก่า และสีชมพู ชัยภูมิ: อ.เทพสถิต เมืองชัยภูมิ และบำเหน็จณรงค์  ร้อยเอ็ด: อ.สุวรรณภูมิ อุบลราชธานี: อ.นาจะหลวย
  • ภาคกลาง จังหวัดลพบุรี อ.ลำสนธิ
  • ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี อ.ศรีราชา
  • ภาคตะวันตก ได้แก่ ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี: อ.สวนผึ้ง ประจวบคีรีขันธ์: อ.สามร้อยยอด และบางสะพานน้อย
  • ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต พัทลุง ตรัง สงขลา สตูล และนราธิวาส ชุมพร: อ.เมืองชุมพร หลังสวน และทุ่งตะโก ระนอง: อ.กะเปอร์ สุราษฎร์ธานี: อ.บ้านนาสาร และเกาะพะงัน นครศรีธรรมราช: อ.พิปูน หัวไทร และฉวาง ภูเก็ต: อ.ถลาง และเมืองภูเก็ต พัทลุง: อ.ศรีบรรพต ตรัง: อ.กันตัง เมืองตรัง ห้วยยอด และนาโยง สงขลา: อ.ระโนด สตูล: อ.เมืองสตูล ท่าแพ และละงู นราธิวาส: อ.สุคิริน และแว้ง

 

สทนช.สั่งหน่วยงานรับมือ ฝนสะสมเกิน 90 มม.

สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี ฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง รวมถึงพื้นที่เสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำพร้อมให้ตรวจสอบและซ่อมแซมแนวคันบริเวณริมแม่น้ำ เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ลำน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ โดยคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลขึ้น-ลง

ประเมินสถานการณ์ 4 เขื่อนหลัก ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ ให้เร่งระบายน้ำและพร่องน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกหนัก พร้อมเตรียมบุคลากร เครื่องจักร และเครื่องมือ รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและลอกท่อระบายน้ำ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดน้ำหลากขณะเดียวกัน ขอให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบล่วงหน้า เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือและสามารถอพยพได้อย่างทันท่วงทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

 

ประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 8 ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น.